เพราะเส้นผมเป็นมากกว่าแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่งของร่างกาย เส้นผมสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ ความอ่อนเยาว์ และความมั่นใจ จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณผู้ชายซึ่งเข้าสู่วัย 30 up มักจะใช้เวลาหน้ากระจกนานขึ้น เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเส้นผมและหนังศีรษะของตัวเอง
แน่นอนว่า ปัญหาผมร่วง ผมบาง มักจะมาปรากฏให้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแนวไรผมที่เริ่มเว้าลึกเข้าไป 2 ข้างหน้าผาก รอยแสกที่กว้างขึ้น หรือผมบริเวณขวัญกลางศีรษะที่แลดูบางลง ทำให้อาการผมร่วง ผมบาง กลายเป็นปัญหาน่ากังวลใจของคุณผู้ชายเกือบทั่วโลก
แต่เชื่อเถอะว่า แม้ในวันที่ผมบาง ก็ยังมีทางออกเสมอ ว่าแต่ทางไหนล่ะ ที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของเรา นามนินขอเริ่มต้นด้วยการชวนไปทำความรู้จักกับรูปแบบของอาการผมร่วง ผมบาง ที่อาจซ่อนสัญญาณเตือนบางอย่างไว้ก็เป็นได้
ผมบางตรงจุดไหน บอกอะไรเรา
- ผมบางบริเวณกลางศีรษะด้านบน
บ่งบอกว่านี่คือภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) ซึ่งเกิดจากเอนไซม์ 5-alpha reductase เปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน หรือ DHT และเจ้านี่เองที่เป็นตัวการทำให้รากผมค่อย ๆ ฝ่อตัวลงทีละน้อย ส่งผลให้เส้นผมมีขนาดเล็กลีบลง จนหลุดร่วงก่อนเวลาอันควรไปในที่สุด
- ผมบางเป็นหย่อมรูปวงกลม ลักษณะเรียบเนียน
นี่คือลักษณะอาการของโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าทำร้ายเซลล์รากผมของตนเอง
- ผมร่วงกระจายทั่วทั้งศีรษะ
ผมร่วงลักษณะนี้ กำลังบอกเราว่า เราอาจมีภาวะ Telogen Effluvium หรือผมร่วงแบบฉับพลัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกกระตุ้นโดยความเครียด การเจ็บป่วย การขาดสารอาหาร หรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
เป็นไปได้ว่านี่คืออาการของภาวะผมร่วงที่เกิดจากการดึงรั้ง (Traction Alopecia) เช่นการรวบผมตึงเปรี๊ยะเป็นประจำ หรือการสวมอุปกรณ์ที่บีบรัดศีรษะต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินควร
- แนวผมด้านหน้าถอยร่นขึ้นไป
หากมีอาอาการอักเสบร่วมด้วย อาจเป็นลักษณะของโรคผมร่วง Frontal Fibrosing Alopecia (FFA) เป็นโรคผมร่วงที่มีการสร้างพังผืดใต้ผิวหนังและอาจทำลายรากผมถาวร ซึ่งควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
ทั้งหมดนี้ยังบอกกับเราว่า อาการผมร่วง ผมบาง ที่เราสังเกตเห็นนั้น อาจมีสาเหตุที่มาแตกต่างกัน การพยายามลอกเลียนสูตรสำเร็จของคนอื่นในการรักษาผมร่วง ผมบาง อาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับตัวเราก็เป็นได้ ดังนั้น การพบแพทย์จึงเป็นการหาคำตอบที่ชัดเจนที่สุด นำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ใช่ที่สุดด้วยนั่นเอง
ไปต่อทางไหน?
แก้ไขฟื้นฟูภาวะผมบาง
ทราบหรือไม่ว่า การปลูกผม ไม่ใช่คำตอบของปัญหาผมร่วงผมบางในทุก ๆ เคสเสมอไป โดยทั่วไปแล้ว หากอาการผมร่วง ผมบาง ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ก็ยังไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการปลูกผมถาวร และนี่คืออาการผมร่วงผมบางที่อาจมีทางเลือกในการรักษารูปแบบอื่นนอกจากปลูกผม
- ผมบางกระจายตัวทั่วศีรษะ แบบภาวะชั่วคราว
เกิดจากอาการเครียดสะสม หรือพักผ่อนน้อย ทำให้ผมร่วงมากผิดปกติ แต่ผมร่วงในลักษณะนี้ รากผมจะคงอยู่ เพียงแต่ผมเข้าสู่วงจรระยะพัก ซึ่งการปรับพฤติกรรมเพื่อให้ร่างกายกลับสู่สมดุล และเลือกรับประทานอาหารที่บำรุงเส้นผม ก็เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้
- เส้นผมมีขนาดเล็กลง แต่รูขุมขนยังไม่ปิดถาวร และยังมีเส้นผมอ่อนขึ้น
นั่นหมายความว่า เรากำลังเข้าสู่ภาวะรูขุมขนฝ่อ แต่ยังอยู่เพียงในระยะเริ่มต้น (Early Miniaturization) แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับบริการทรีตเมนต์ฟื้นฟูรากผม เช่น การฉายแสง LLLT โปรแกรม HR หรือโปรแกรม PHB เพื่อให้รากผมคืนความแข็งแรง กลับมาสร้างเส้นผมที่หนาและสุขภาพดีขึ้นได้
และต่อไปนี้คือลักษณะของอาการผมบาง ที่การปลูกผมถาวรอาจเป็นทางออกที่น่าสนใจกว่าตัวเลือกอื่น ๆ เนื่องจากช่วยแก้ปัญหารากผมเข้าสู่ระยะหมดสภาพอย่างถาวร จนไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้อีก และการบำรุงด้วยวิธีอื่นใดนั้นไม่สามารถทำให้รากผมกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้
- เมื่อแนวไรผมด้านหน้า ถอยร่นเป็นรูปตัว M อย่างชัดเจน
สังเกตง่าย ๆ ว่าผิวบริเวณหน้าผากที่เคยมีเส้นผมอยู่จะเรียบเนียน เนื่องจากรากผมฝ่อตัว รูขุมขนปิดสนิทแล้ว การปลูกผมอาจเป็นวิธีเดียวที่จะสร้างแนว Hairline ขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง
- เมื่อผมบางบริเวณกลางกระหม่อม จนเห็นหนังศีรษะเป็นวงกว้าง
หรือที่เรียกว่าภาวะผมล้านแบบไข่ดาว คือการที่เส้นผมเดิมหายไปเกือบหมด แม้ว่าวิธีการรักษาอื่น ๆ อาจจะช่วยถนอมเส้นผมรอบนอกไว้ได้ แต่พื้นที่ตรงกลางจะไม่มีทางมีผมกลับมา นอกจากการย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยมาปลูกใหม่เพื่อเติมเต็มความหนาแน่นเท่านั้น
- เมื่อผมบางพร้อม ๆ กันทั้งหน้าผากและกลางศีรษะ
เชื่อว่าคุณผู้ชายหลาย ๆ กำลังเผชิญปัญหานี้ ซึ่งแนวผมด้านหน้าก็ร่นเข้ามาเป็นรูปตัว M ขณะเดียวกันผมกลางศีรษะก็บางลงเป็นวงกว้าง และมีโอกาสที่แนวผมจะร่นเข้ามาเจอกัน ในกรณีนี้ หากปลูกผม ต้องอาศัยการจัดลำดับความสำคัญว่าอยากเน้นเติมผมในจุดไหนมากกว่ากัน เพื่อบริหารกราฟต์ผมต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เพียงพอ
และนอกจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาผมร่วง ผมบางแล้ว การประเมินความพร้อมของ Donor Area ก็นับเป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจาก Donor Area หรือบริเวณด้านหลังท้ายทอย เป็นพื้นที่เพียงส่วนเดียวที่แพทย์สามารถย้ายกราฟต์ผมต้นทุนไปปลูกใหม่ได้ เพราะเส้นผมบริเวณนี้มีคุณสมบัติต้านทานฮอร์โมน DHT ทำให้มีความแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย
อย่างไรก็ตาม กราฟต์ผมต้นทุนที่ว่านี้ ก็มีอยู่จำกัด อาจนำมาใช้ในการปลูกผมถาวรได้เพียง 1 – 2 ครั้งเท่านั้น และยิ่งอายุมากขึ้น คุณภาพความแข็งแรงของกราฟต์ผม ก็จะยิ่งลดลง นั่นจึงเป็นข้อจำกัดและเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเข้ารับการปลูกผม
ปลูกผม NEAT
ที่มาพร้อมการดูแลเฉพาะบุคคล
สำหรับ NEAT ของนามนิน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพความพร้อมของเส้นผมและหนังศีรษะ รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้การปลูกผมประสบความสำเร็จ เมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่า สามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ด้วยการปลูกผมได้ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการวางแผนการรักษา คำนวณกราฟต์ผมต้นทุนเพื่อให้นำมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า ออกแบบแนว Hairline บริเวณหน้าผากใหม่ ระบุจุดที่คนไข้อยากเน้นการปลูกผมให้หนาแน่นเป็นพิเศษในกรณีผมบางพร้อมกันหลายจุด ทั้งหมดนี้ แพทย์จะยึดคนไข้เป็นศูนย์กลางในการออกเส้นทางการรักษาเฉพาะบุคคล
ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้ด้วยตัวเองทั้งหมดทุกเส้น เพื่อควบคุมองศาและทิศทางของเส้นผม ระยะลึกในการปักกราฟต์ ความหนาแน่นของเส้นผม โดยใช้อุปกรณ์ปลูกผมขนาดเล็กพิเศษ รวมไปถึงการดูแลหลังปลูก ที่ดูแลต่อเนื่องใกล้ชิดโดยแพทย์เองถึง 1 ปีเต็ม
...เชื่อหรือยังว่า ที่นามนิน ผมบาง มีทางไปต่อเสมอ...