Tag : Hair Revive Program
ผู้หญิงข้ามเพศกับปัญหาแนวผม เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็ก
เมื่อพูดถึงความสวยงาม “แนวผม” คือหนึ่งในรายละเอียดสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม แต่สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ แนวผมไม่ใช่แค่เรื่องของทรงผม หรือผมหนาบางเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ ความรู้สึกกลมกลืนกับเพศสภาพ และความมั่นใจในทุกครั้งที่มองกระจก

บทความนี้อยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจปัญหาเส้นผมในผู้หญิงข้ามเพศอย่างลึกซึ้ง พร้อมแนวทางดูแลและทางเลือกในการแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยหัวใจสำคัญคือ “ทุกคนมีสิทธิ์เป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ ในแบบที่คุณเลือกเอง”

ผู้หญิงข้ามเพศ (Transgender Woman) คือบุคคลที่กำเนิดเป็นเพศชาย (Assigned Male at Birth) แต่มีอัตลักษณ์ทางเพศเป็นผู้หญิง และใช้ชีวิตในบทบาทของผู้หญิงอย่างแท้จริง เส้นทางของการก้าวผ่านนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนเลือกใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับยาลดฮอร์โมนเพศชาย ส่งผลให้ผิวพรรณละเอียดอ่อนขึ้น การกระจายไขมันมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น และหนวดเคราลดลง บางคนเลือกผ่าตัดหน้าอกหรือผ่าตัดยืนยันเพศ ในขณะที่บางคนอาจเลือกที่จะไม่ทำหัตถการทางการแพทย์ใด ๆ เลย ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางใด ล้วนเป็นการตัดสินใจที่งดงามและถูกต้องในแบบของตัวเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม มีปัญหาหนึ่งที่ผู้หญิงข้ามเพศจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญร่วมกัน นั่นคือ “ปัญหาเส้นผมและแนวผม” เนื่องจากโดยกำเนิดเป็นเพศชาย รากผมจำนวนมากจึงมีความไวต่อฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) มาตั้งแต่ต้น บางคนมีลักษณะแนวผมแบบผู้ชาย เช่น หน้าผากกว้าง แนวผมรูปตัว M หรือมุมขมับที่ลึกชัด ซึ่งอาจเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น แม้ภายหลังจะเริ่มใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและลดฮอร์โมนเพศชายแล้วก็ตาม ฮอร์โมนสามารถช่วยชะลอการหลุดร่วง และเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมที่ยังมีอยู่ได้ในระดับหนึ่ง แต่แนวผมที่ถอยร่นไปแล้ว โดยเฉพาะบริเวณขมับและหน้าผาก มักไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เองค่ะ


ปัญหาเส้นผมในผู้หญิงข้ามเพศมักไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว แต่เป็นหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ 
  • แนวผมหน้าผากที่ยังคงแข็ง มุมขมับชัด ทำให้กรอบหน้าไม่ละมุน
  • ผมบางบริเวณขมับและกลางศีรษะ คล้าย Male Pattern Hair Loss
  • เส้นผมเล็กและบาง จากผลของ DHT ที่สะสมมาในอดีต
  • และที่สำคัญที่สุด คือความรู้สึกว่า “เรายังไม่เป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์”


เมื่อแนวผมเดิมยังคงสะท้อนโครงสร้างแบบผู้ชาย จึงเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า การทำผม หรือการใช้ชีวิตประจำวัน หลายคนต้องปิดหน้าผาก เลี่ยงทรงผมที่ชอบ และรู้สึกว่ายังไม่กลมกลืนกับภาพผู้หญิงในแบบที่ตัวเองเป็น

สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ “เส้นผม” นั้นสะท้อนภาพลักษณ์ ความมั่นใจ และตัวตนได้อย่างชัดเจน การดูแลเส้นผมจึงควรมองแบบองค์รวมทั้งภายในภายนอก เช่น เรื่องฮอร์โมน สุขภาพหนังศีรษะ และโครงสร้างแนวผม หากผมยังหนาแน่นอยู่ การดูแลหนังศีรษะ ลดการอักเสบ และเสริมด้วยการบำรุงจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แต่หากเป็นเรื่องแนวผมเดิมไม่ตอบโจทย์ตัวตนที่เป็น การออกแบบแนวผมใหม่ให้มีความโค้ง นุ่ม ละมุน ปรับมุมขมับ และสร้างกรอบหน้าให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น จะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้อย่างชัดเจน

เทคนิค NEAT จึงถูกออกแบบมาเพื่อมอบมากกว่าเส้นผม แต่คือการสร้าง “กรอบหน้าใหม่” ที่สอดคล้องกับตัวตนของคุณ ซึ่งทุกขั้นตอนเริ่มจากการรับฟัง คุณหมอนินจะให้ความสำคัญกับความรู้สึก ความกังวล และความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงประเมินพื้นที่ปลูกผม และใช้หลัก Golden Ratio ในการออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับสัดส่วนใบหน้า ผสานทั้งศาสตร์การแพทย์และความงามเข้าด้วยกันอย่างประณีต


ในขั้นตอนการปลูกผม คุณหมอนินจะลงมือปลูกด้วย Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ปลูกแทรกทีละกราฟต์พร้อมทั้งจัดวางทิศทางของเส้นผมให้อิงไปกับผมเดิม คำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะของเส้นผมในแต่ละบริเวณ พร้อมไล่ระดับความหนาบางอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คือแนวผมใหม่ที่เชื่อมต่อกับผมเดิมอย่างกลมกลืน ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยปรับกรอบหน้าให้ละมุนขึ้นอย่างชัดเจน


หลังการปลูกผม คุณหมอนินยังดูแลต่อเนื่องยาวนานถึง 1 ปี เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและยั่งยืนที่สุด

หากประเมินว่าควรเสริมการบำรุง จะมีการแนะนำโปรแกรม PHB หรือ Hair Revive Program ตามความเหมาะสม สองโปรแกรมนี้จะมีเทคนิคแตกต่างกันเล็กน้อย โปรแกรม PHB จะเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าที่หนังศีรษะ เพื่อเติมเต็มความแข็งแรงให้รากผมโดยตรง ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวา ดกดำ และเงางามขึ้น ส่วน Hair Revive Program เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดของตนเอง เป็นการบำรุงด้วยเทคนิค Microneedle Therapy โดยใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดเบา ๆ บนหนังศีรษะ เพื่อเปิดทางให้ตัวยาซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ จากนั้นจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงเฉพาะจุด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้รากผมในระยะยาว ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมให้แต่ละท่านค่ะ


ความสวยของผู้หญิงข้ามเพศ ไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงให้เหมือนใคร แต่อยู่ที่การได้เป็นตัวเองในแบบที่สบายใจและมั่นคงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของเส้นทางชีวิต การดูแลตัวเองคือของขวัญที่คุณมอบให้ตัวเองได้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของ “เส้นผม” คุณควรได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจที่แท้จริงค่ะ
ผมบางกลางศีรษะในผู้หญิง ฟื้นฟูให้แน่นสวยได้ด้วย Hair Revive Program
“ผมบางกลางศีรษะ” ปัญหาที่ทำให้ความมั่นใจของผู้หญิงหลายคนเริ่มสั่นคลอน หลายครั้งที่อาจสังเกตเห็นว่ารอยแสกกว้างขึ้น หรือเส้นผมเริ่มบางลง จนอดคิดไม่ได้ว่า ผมจะกลับมาหนาเหมือนเดิมได้หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงคือ ผมบางกลางศีรษะในผู้หญิงยังสามารถฟื้นฟูได้ หากเราเข้าใจสาเหตุและเริ่มดูแลรากผมอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ


ผมบางบริเวณกลางศีรษะในผู้หญิง หรือที่เรียกว่า Female Pattern Baldness มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากผู้ชาย โดยเส้นผมจะค่อย ๆ บางลงทั่วทั้งศีรษะ เริ่มจากรอยแสกกลางศีรษะที่กว้างขึ้น มองด้านบนจะคล้ายต้นคริสต์มาส ก่อนจะบางขึ้นเรื่อย ๆ แต่แนวผมด้านหน้าจะยังคงอยู่ ไม่ถอยร่น ซึ่งแตกต่างจาก Male Pattern Baldness ที่มักเริ่มบางตรงแนวผมด้านหน้าแบบ M Shape และบางตรงกลางศีรษะจนเห็นหนังศีรษะชัดเจนและอาจลามมาบรรจบกัน


สาเหตุของผมบางในผู้หญิงมีหลายปัจจัย แต่ “ฮอร์โมน” ถือเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะฮอร์โมน Estrogen ซึ่งมีบทบาทในการรักษาความแข็งแรงของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง เช่น หลังคลอดบุตร การใช้ยาคุมกำเนิด หรือช่วงเข้าสู่วัยทอง ผมร่วงทั่วทั้งศีรษะจึงเกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ นอกจากฮอร์โมนแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นที่ส่งผลต่อความหนาแน่นของเส้นผม ได้แก่

  • กรรมพันธุ์และความเครียดสะสม  ความเครียดเรื้อรังหรือกรรมพันธุ์อาจทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมผิดปกติ เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้นและหลุดร่วงก่อนเวลา
  • การขาดสารอาหารสำคัญ โดยเฉพาะโปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม
  • ปัญหาหนังศีรษะ เช่น การอักเสบเรื้อรัง รังแคเหนียว หรือรูขุมขนอุดตัน ทำให้รากผมอ่อนแรงและงอกใหม่ได้ช้า


หลายคนคิดว่าผมบางต้องแก้ไขด้วยการปลูกผมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีทางเลือกสำหรับผมบางระยะเริ่มต้น ซึ่งรากผมยังเหลืออยู่และสามารถฟื้นฟูได้ การเสริมความแข็งแรงให้รากผมที่ยังมีอยู่ ไม่เพียงช่วยให้เส้นผมกลับมามีชีวิตชีวา แต่ยังสามารถกระตุ้นการงอกใหม่ให้ผมกลับมาหนาแน่นได้อีกครั้งค่ะ

ที่นามนิน คลินิก เรามี Hair Revive Program ที่ใช้พลังของสารสกัดธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้หนาขึ้น ซึ่ง พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม เป็นผู้ออกแบบและดูแลด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน เริ่มจากการปรึกษาและตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อประเมินความแข็งแรงของรากผม และวางแผนการรักษาที่ตรงกับปัญหาเฉพาะเป็นรายบุคคล

หลังจากคุณหมอนินได้วางแผนการรักษาแล้ว เข้ารับบริการต่อด้วยขั้นตอนการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) คลื่นแสงความถี่ต่ำที่ตรงเข้ากระตุ้นเซลล์ปุ่มผม ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนจากเลือดเข้าสู่รากผม การฉายแสงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ฟื้นฟูรากผม กระตุ้นการงอกใหม่ และเสริมความหนาแน่นให้เส้นผม


จากนั้นเป็นขั้นตอนการเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy โดยใช้เข็มเล็กๆ สะกิดเบาๆ ที่หนังศีรษะเพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเซลล์รากผม ช่วยฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม และคืนชีวิตชีวาให้เส้นผมที่อ่อนแอ หลังเข้ารับบริการต่อเนื่อง ผมบริเวณที่เคยบางจะเริ่มกลับมาหนาขึ้น เส้นผมแข็งแรงและหนังศีรษะมีสุขภาพดี เห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก และคุณหมอเพิ่มความมั่นใจด้วยการถ่ายรูป Before & After เปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งค่ะ




เส้นผมที่แข็งแรงเริ่มจากรากผมที่มั่นคง หากสังเกตเห็นว่าผมบางลงหรือหนังศีรษะกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง การเริ่มฟื้นฟูด้วย Hair Revive Program คือก้าวแรกสู่ผมหนาแน่น ดกดำ และความมั่นใจที่จะกลับคืนสู่ตัวคุณอย่างแท้จริง 


ปลูกผม ปรับกรอบหน้าใหม่ สไตล์คุณผู้หญิง
แนวผมด้านหน้า หรือ Hairline คือหัวใจสำคัญข้อหนึ่งของการปลูกผมเทคนิค NEAT ที่แพทย์ใส่ใจเป็นพิเศษในการเติมเต็มเส้นผมแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น เพราะไม่เพียงช่วยคืนความหนาแน่นให้กลับมา แต่ยังช่วยแต่งกรอบหน้าเพื่อเสริมความงาม ปรับบุคลิก และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของเส้นผมด้วย

การปลูกผมปรับกรอบหน้า จึงต้องอาศัยทั้ง ศาสตร์และศิลป์ เพื่อตอบโจทย์การรักษาฟื้นฟูตามหลักการแพทย์ ที่ไม่ลืมคำนึงถึงความสวยงามและความพึงพอใจของคนไข้แบบเฉพาะบุคคล นั่นทำให้แพทย์ออกแบบการปลูกผมปรับกรอบหน้าสำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ให้มีความแตกต่างกัน 

แม้ว่าแพทย์จะออกแบบและวาดเส้น Hairline ใหม่ บนหลักการหนึ่งเดียว นั่นคือหลักสัดส่วนทองคำ หรือ Golden Ratio ซึ่งเป็นสูตรความงามที่เที่ยงแท้ของธรรมชาติ เพื่อให้แนวผมบริเวณหน้าผากได้สัดส่วนรับกับใบหน้าอย่างสมดุล แต่ก็ยังมีรายละเอียดที่ต่างกันไปสำหรับคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิง


ขณะที่คุณผู้ชายมีรูปหน้าทั่วไปเป็นทรงเหลี่ยม จึงต้องการเส้น Hairline ที่จะช่วยขับกรอบหน้าให้ดูคมเข้ม โดดเด่น ปรับบุคลิกให้ดูสมาร์ทน่ามองมากยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นแนวเส้น Hairline ที่เหมาะสมกับใบหน้าของคุณผู้ชาย 
  • Low Hairline เหมาะกับใบหน้ารูปเหลี่ยม
  • Receding or M-shape เหมาะกับใบหน้ารูปเหลี่ยมจัตุรัส
  • Straight-lined เหมาะกับใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

และสำหรับคุณผู้หญิง ซึ่งมีรูปหน้าโค้งมน แพทย์แนะนำให้เพิ่มความหวานละมุนให้ใบหน้า ปรับบุคลิกให้ดูสดใสและแลดูอ่อนเยาว์ไปพร้อม ๆ กัน ด้วยแนวเส้น Hairline เหล่านี้
  • Widow 's Peak เหมาะกับใบหน้ารูปหัวใจ
  • Bell-shaped เหมาะกับใบหน้ารูปไข่ หรือหน้ารูปทรงกลม


ที่สำคัญ หลักการเลือกใช้กราฟต์ผมในการปลูกใหม่ก็มีความแตกต่างกันด้วย ในเคสของคุณผู้ชาย แพทย์จะเน้นปลูกผมด้านหน้าให้หนาแน่น ส่วนเคสของคุณผู้หญิง แพทย์จะเพิ่มความละเอียดประณีตในปลูก โดยเลือกกราฟต์ผมให้เหมาะสมกับตำแหน่งต่าง ๆ บริเวณแนวผมด้านหน้า เพื่อให้ขนาดความหนาของเส้นผมไล่ระดับกันจากด้านนอกเข้าไปด้านใน จนแลดูใกล้เคียงผมธรรมชาติมากที่สุด
  • แนวไรผมด้านนอกสุด เลือกใช้กราฟต์ผมเส้นเดี่ยว ที่มีขนาดเล็กและบาง (Fine Follicle)
  • แนวผมที่ลึกเข้ามาเล็กน้อย เลือกใช้กราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (Single Follicle)
  • แนวผมที่ลึกเข้ามาด้านในสุด เลือกใช้กราฟต์ผมที่มีผมหลายเส้น (Multiple Follicles)


และหากคุณผู้หญิงท่านไหนที่ยังมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ขอให้วางใจได้เลย เพราะแพทย์ของนามนิน ให้ความสำคัญกับการพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับคนไข้ตั้งแต่วันแรก เพื่ออธิบายให้คนไข้เข้าใจกระบวนการรักษา รวมถึงเพื่อทราบความต้องการของคนไข้ และนำมาเป็นโจทย์ในการออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดนั่นเอง



ที่สำคัญ แพทย์จะยังอยู่เคียงข้างคุณไปจนถึงวันสุดท้ายของเส้นทางการรักษา โดยมีการติดตามผลหลังปลูก และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติต่าง ๆ ในการดูแลตนเองอย่างง่าย ๆ แนะนำผลิตภัณฑ์ช่วยดูแลเส้นผม รวมไปถึงแนะนำบริการทรีตเมนท์ ที่จะช่วยฟื้นบำรุงทั้งผมเก่าและผมปลูกใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่

  • โปรแกรม PHB 
โดดเด่นด้วยคุณสมบัติบูสต์กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน เร่งการสร้างเซลล์ผมใหม่ เสริมความแข็งแรงให้ทั้งเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยชะลออาการผมร่วง ผมบาง ขั้นตอนสะดวกสบายเพียงใช้วิธีฉีดเข้าสู่หนังศีรษะในจุดที่มีปัญหาโดยตรง ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ปลอดภัย ปราศจากผลข้างเคียง ทั้งยังสามารถสังเกตผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ


  • โปรแกรม Hair Revive
ฟื้นบำรุงผมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ร่วมกับสารอาหารมากคุณประโยชน์ โดยใช้ Microneedle ช่วยเปิดผิวเพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา ทั้งช่วยฟื้นฟูรากผม ลดการหลุดร่วง เสริมความหนาให้กับเส้นผม กระตุ้นการงอกใหม่ และลดการอักเสบของหนังศีรษะ เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกรับบริการทรีตเมนท์ที่จำเป็นต้องใช้เลือดของตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา และยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป


สัมผัส ศาสตร์และศิลป์ ของการปลูกผมปรับกรอบหน้า อีกหนึ่งความใส่ใจเพื่อคุณผู้หญิงจากนามนิน และพิสูจน์ผลลัพธ์บุคลิกใหม่ สู่ความมั่นใจในทุกก้าวการใช้ชีวิตของคุณได้ตั้งแต่วันนี้

ปฏิทินดูแลผมหลังปลูก ฉบับนามนิน
เมื่อขั้นตอนการดูแล “หลังปลูกผม” ก็นับเป็นช่วงเวลาสำคัญไม่แพ้การเตรียมตัวก่อนปลูกผม หรือวันที่แพทย์ลงมือปลูกผมเลย 

...แต่เราให้ความสำคัญกับขั้นตอนหลังปลูกนี้เพียงพอหรือยัง...

ขั้นตอนการดูแลหลังปลูกผม ซึ่งกินเวลาแสนยาวนาน จากช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่เส้นผมใหม่ยังเสี่ยงต่อการหลุดร่วงและต้องการการดูแลประคับประคองเป็นพิเศษ ไปจนถึงช่วงหลายเดือนที่เส้นผมใหม่ต้องผ่านการหลุดร่วงและงอกขึ้นอีกครั้ง ต่อเนื่องจนครบขวบปีเต็ม ๆ กว่าผมจะเติบโตแข็งแรงตามวงจรธรรมชาติ ...ทั้งหมดนี้ หากละเลยความใส่ใจในช่วงใดช่วงหนึ่งไป อาจให้ผลลัพธ์ผมใหม่ที่ไม่สมบูรณ์เต็มที่ และสุดท้าย อาจไม่คุ้มกับการลงทุนปลูกผมครั้งหนึ่งในชีวิต...

แน่นอนว่า แพทย์ปลูกผมจะยังคงติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง แต่การปลูกผมจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างแพทย์และคนไข้ ดังนั้น คนไข้เองจึงเรียกได้ว่าเป็นคนสำคัญที่สุด ที่จะดูแลทะนุถนอมผมปลูกใหม่ให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างที่ตั้งใจ

และไม่ต้องกังวลใจไป เพราะนามนินได้รวบรวมข้อควรระวัง หรือข้อปฏิบัติเบื้องต้นง่าย ๆ ในการดูแลตัวเอง แบ่งตามปฏิทินหลังปลูกผมช่วงสำคัญต่าง ๆ ตลอดระยะการดูแลหลังปลูก ดังนี้


1 วันหลังปลูก
บริเวณที่ปลูกผมใหม่เหลือเพียงรอยปลูกผมเป็นจุด ๆ ขนาดเล็ก กระจายตัวสม่ำเสมอ มีอาการแดงที่หนังศีรษะเล็กน้อย

3 - 5 วันหลังปลูก
สะเก็ดแผลขนาดเล็ก ๆ เริ่มแห้ง

1 สัปดาห์หลังปลูก
อาการแดงที่หนังศีรษะเริ่มหายไป สะเก็ดแผลเริ่มหลุดร่วง

2 สัปดาห์หลังปลูก
สะเก็ดแผลร่วงหมดแล้ว และผมใหม่เริ่มงอกให้เห็นประมาณ 2 – 3 มิลลิเมตร 

คำแนะนำในการดูแลตัวเอง ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังปลูก
นี่เป็นช่วงสำคัญที่สุด เนื่องจากรากผมจะฝังตัวกับชั้นหนังศีรษะหลังจากพ้น 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว

  • คนไข้อาจมีอาการบวมตรงบริเวณหน้าผากได้ โดยอัตราการเกิดน้อยมาก หรือแทบไม่มี ซึ่งอาการจะหายไปไปภายใน 1 สัปดาห์ จึงแนะนำให้คนไข้นอนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม (เฉพาะช่วง 3 – 5 วันแรก)
  • ควรสวมเสื้อกระดุมหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงกรสวมผ่านทางหัว (เฉพาะช่วง 3 – 5 วันแรก)
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ
  • หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณที่เพิ่งปลูกผมใหม่ รวมถึงการใส่หมวกที่คับแน่นจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่นแสงแดดกลางแจ้งแรง ๆ โยคะร้อน อบซาวน่า น้ำอุ่น รวมถึงไดร์เป่าผมลมร้อน 
  • หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา บริเวณผมปลูกใหม่
  • หลีกเลี่ยงท่านอนที่อาจกระทบกระเทือนทำให้ผมปลูกใหม่หลุดได้ เช่น หากปลูกผมบริเวณหน้าผาก ไม่ควรนอนตะแคง แต่ควรนอนหงาย 
  • สามารถตัดผมได้ เมื่อผ่าน 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว 

ทราบหรือไม่ว่า คนไข้สามารถสระผมและบำรุงผมได้ด้วยตัวเองที่บ้าน โดยนามนินจะจัดชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมสูตรอ่อนโยน รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลหลังปลูกผมอื่น ๆ นำเข้าจากโรงพยาบาลปลูกผมชั้นนำของเกาหลีไว้ให้ 
  • สำหรับขั้นตอนการสระผมก็ไม่ยุ่งยาก เพียงใช้น้ำอุณหภูมิห้องไหลผ่าน ชโลมแชมพูตรงบริเวณที่เพิ่งปลูกผมใหม่ ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 5 นาที แล้วล้างออก ก่อนเป่าให้แห้งด้วยไดร์เป่าผมแบบลมเย็น
  • ใช้ BALLVIC SHAMPOO พ่นบริเวณที่ปลูก ทิ้งไว้ 2 – 3 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น และใช้ BALLVIC SOLUTION พ่นบริเวณที่ปลูก ทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบและการติดเชื้อ ลดการเกิดขุยหรือสะเก็ดที่หนังศีรษะ จึงช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดของกราฟต์ผมที่เพิ่งปลูกไว้
  • หลังจาก 1 สัปดาห์ สามารถใช้ Hair Serum ของนามนิน ทาบริเวณผมปลูกใหม่ รวมถึงบริเวณอื่น ๆ ที่มีอาการผมบาง โดยทาเป็นประจำ เช้า – เย็น


1 เดือนหลังปลูก
ผมปลูกใหม่ทยอยหลุดร่วงจนเกือบหมด

คำแนะนำเมื่อผมใหม่เริ่มหลุดร่วง
  • ไม่ต้องตกใจไป เพราะนี่คือภาวะ Shock Loss ซึ่งผมปลูกใหม่จะหลุดร่วงตามวงจรผมธรรมชาติ ขณะที่รากผมฝังตัวในชั้นหนังศีรษะเรียบร้อยแล้ว เพียงรอให้ผมค่อย ๆ งอกใหม่ และเติบโตตามปกติอีกครั้ง หลังจากช่วงเดือนที่ 4 เป็นต้นไป
  • ทั้งนี้ ยังคงแนะนำให้งดกิจกรรมซาวน่า ตลอดช่วง 1 เดือนหลังปลูก
  • และยังคงแนะนำให้งดกิจกรรมว่ายน้ำ ตลอดช่วง 1 เดือนหลังปลูก

4 เดือนหลังปลูก
ผมที่หลุดร่วงไป เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นเส้นผมที่มีความหนาและแข็งแรงกว่าเดิม


6 เดือนหลังปลูก
ผมใหม่ขึ้นประมาณ 50% 


1 ปีหลังปลูก
ผมใหม่ขึ้นและเติบโตเต็มที่ แต่ยังสามารถหนาแน่นขึ้นได้อีก


คำแนะนำช่วง 1 ปีแรกหลังปลูก
  • ยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการดัด ยืด ย้อม หรือฟอกสีผม ตลอด 1 ปี
เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้
  • ยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิดในช่วง 1 ปีนี้

1 ปีครึ่งหลังปลูก
ผมใหม่เติบโตอย่างสมบูรณ์ และจะหลุดร่วง งอกใหม่ ตามวงจรธรรมชาติ อยู่กับคนไข้ไปได้ตลอดชีวิต

คำแนะนำในการดูแลผมต่อเนื่อง ตั้งแต่วันแรก จนแม้พ้นช่วง 1 ปีไปแล้ว
  • บำรุงเส้นผมใหม่และเส้นผมเดิมไปพร้อม ๆ กัน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดภาวะผมบางขึ้นได้อีก
  • เสริมการดูแลเส้นผม ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ตามคำแนะนำของแพทย์
- รับประทานยา
- รับประทานวิตามิน
- ทาเซรั่ม
- เข้ารับบริการทรีตเมนต์ต่าง ๆ เช่น ฉายแสง LLL, โปรแกรม PHB, หรือโปรแกรม Hair Revive




ทั้งหมดนี้ แพทย์ของนามนินจะเป็นผู้ช่วยถ่ายทอดในแบบที่เข้าใจง่าย ทั้งยังคอยติดตามดูแลผลหลังปลูกตลอด 1 ปีเต็ม เพื่อตอบข้อสงสัยและให้คำปรึกษาได้เสมอทุกครั้งที่คนไข้ต้องการ คนไข้จึงวางใจได้ในผลลัพธ์ผมปลูกใหม่ที่หนาแน่น แข็งแรง สุขภาพดี พร้อมใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ด้วยความมั่นใจอีกครั้ง

ผู้ชายกับผมบาง : 5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว
การเปลี่ยนแปลงของเส้นผมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อก้าวผ่านแต่ละช่วงวัย ผมอาจบางลง หลุดร่วงง่ายขึ้น หรือหนังศีรษะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลมากเกินไป หากเราเข้าใจสาเหตุและเริ่มดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมค่ะ

สำหรับผู้ชายหลายท่าน ปัญหาเส้นผมไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์หรืออายุเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากกิจวัตรประจำวันที่ทำจนเคยชิน โดยไม่รู้ว่ากำลังค่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อเส้นผมทีละนิด ในบทความนี้ นามนิน จึงอยากชวนคุณผู้ชายให้ลองมองเส้นผมด้วยความเข้าใจมากขึ้น ผ่าน 5 พฤติกรรมที่หลายคนอาจทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายเส้นผมของตนเอง

1. ใช้ความร้อนและเคมีกับเส้นผม การเป่าผมด้วยลมร้อนจัด หรือการย้อม ดัด ยืดผม อาจช่วยให้ดูเรียบร้อยหรือเสริมบุคลิกในระยะสั้น แต่ความร้อนและสารเคมีเหล่านี้ส่งผลให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น แห้ง เปราะ และอ่อนแอลง เมื่อทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เส้นผมจะขาดง่ายและหลุดร่วงมากขึ้นค่ะ

2. ไม่รักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะ การสระผมไม่สม่ำเสมอ เว้นระยะนานเกินไป และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ จะทำให้ความมัน เหงื่อ และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ไปอุดตันรูขุมขน ทำให้รากผมอ่อนแอ ก่อให้เกิดอาการคันหรือรังแคตามมา

3. ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และโภชนาการที่ไม่เหมาะสม ด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน อาจทำให้หลายคนพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อร่างกายอ่อนล้า ระบบฟื้นฟูตามธรรมชาติก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะการขาดโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม จะทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น

4. การรัดผมแน่นหรือใส่หมวกเป็นเวลานาน ผู้ชายผมยาวที่ชอบมัดผมแน่นๆ การทำงานที่ต้องใส่หมวกตลอดเวลา หรืออาชีพที่ต้องใส่หมวกกันน็อกตลอดทั้งวัน อาจทำให้หนังศีรษะอับชื้นและรากผมถูกดึงรั้งอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เส้นผมจะอ่อนแอและหลุดร่วงง่ายกว่าปกติค่ะ

5. ขาดการดูแลบำรุงเส้นผมอย่างต่อเนื่อง ผู้ชายหลายคนอาจมองว่าการดูแลเส้นผมไม่ใช่เรื่องจำเป็น และไม่ต้องบำรุงเพิ่มเติม แต่ในความเป็นจริง เส้นผมต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่ต่างจากสุขภาพด้านอื่น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมและการเข้ารับบริการดูแลเส้นผมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว


การปรับพฤติกรรมบางอย่างสามารถช่วยชะลอปัญหาผมร่วงได้ โดยการเริ่มต้นที่ทำได้ด้วยตัวเองคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม ควรเลือกจากแหล่งที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ไข่ ถั่ว และถั่วเหลือง รวมถึงแร่ธาตุและวิตามินอย่างธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบีรวม ที่ช่วยเสริมการสร้างเซลล์ผมใหม่ ตลอดจนกรดไขมันดี Omega-3 จากปลาทะเลและเมล็ดแฟลกซ์ ที่ช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะและบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง หลุดร่วงได้ยากขึ้นค่ะ 

นอกจากการดูแลเส้นผมด้วยตัวเองแล้ว หากต้องการการบำรุงที่ลึกถึงรากผมและเข้มข้นขึ้น ที่นามนิน เรามีโปรแกรม PHB และโปรแกรม Hair Revive ที่เป็นทางเลือกในการดูแลเส้นผมที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน โปรแกรม PHB เป็นการฉีดบำรุงหนังศีรษะโดยการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการเอง ผสานกับวิตามินสูตรของนามนิน คลินิก ฉีดตรงเข้าสู่หนังศีรษะในบริเวณที่ต้องการฟื้นฟู ส่วน โปรแกรม Hair Revive เป็นการใช้ ไมโครนีดเดิล (Microneedle) ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กสะกิดหนังศีรษะในระดับตื้น เปิดช่องรูขุมขนลึกประมาณ 1 มิลลิเมตร เพื่อส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่า ช่วยฟื้นฟูรากผม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เข้ารับบริการที่ไม่สะดวกผ่านกระบวนการที่ต้องใช้เลือดของตัวเองค่ะ 



แต่หากแพทย์ประเมินว่าปัญหาผมร่วงนั้นไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนเดิม การปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เป็นอีกแนวทางที่ช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง โดยคุณหมอนินจะใช้ Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ปลูกผมแทรกทีละกราฟต์ พร้อมจัดวางทิศทางให้สอดคล้องกับเส้นผมเดิม คำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะเส้นผมในแต่ละบริเวณอย่างละเอียด เพื่อให้แนวผมใหม่เชื่อมต่อกับผมเดิมได้อย่างกลมกลืน ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เพียงความประณีตทางเทคนิค แต่คือความใส่ใจในทุกขั้นตอน จากแพทย์ผู้ลงมือปลูกผมด้วยตัวเองอย่างแท้จริง



“เส้นผม” อาจเป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของความสวยงาม แต่แท้จริงแล้ว เส้นผมคือสิ่งที่สะท้อนภาพลักษณ์ ความมั่นใจ การใส่ใจดูแลตัวเองได้ชัดเจนไม่น้อยไปกว่าเครื่องแต่งกาย สิ่งสำคัญคือการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผม ซึ่งที่นามนิน เราพร้อมให้คำปรึกษาและการดูแลที่เหมาะสมกับทุกปัญหา เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในทุกช่วงวัยค่ะ

นามนินกับก้าวใหม่ ในทีมวิจัยระดับนานาชาติ พิสูจน์พลังสารสกัดธรรมชาติฟื้นผมร่วง
ปัจจุบัน หนึ่งในเทรนด์เด่นของโลกก็คือการดูแลสุขภาพโดยหันกลับสู่วิถีธรรมชาติ หรือพึ่งพาสารประกอบที่มีความเป็นออร์แกนิกมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การบำรุงสุขภาพ “เส้นผมและหนังศีรษะ” ซึ่งเราจะพบเห็นการนำ “สารสกัดจากธรรมชาติ” มาเป็นส่วนสำคัญในผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับการรักษา ดูแล ฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะต่าง ๆ มากขึ้น 

ทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงเส้นผมสูตรออร์แกนิก ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เริ่มให้ความสำคัญ และหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในความปลอดภัยได้มากขึ้น เพื่อไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียงจากสารเคมี

ที่นามนิน เราพร้อมรุดหน้าไปในจังหวะเดียวกันกับเทรนด์สุขภาพของโลก ด้วยความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคและคนรักเส้นผมอย่างแท้จริง จึงเกิดเป็นความตั้งใจที่จะเลือกสรรและต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีกว่าให้กับคนไข้อยู่เสมอ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ แพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิน ไม่เคยหยุดที่จะค้นคว้าพัฒนาเทคนิค บริการ หรือผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลเส้นผมในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้คนไข้ได้สัมผัสประสบการณ์การรักษาที่น่าพึงพอใจยิ่งกว่า ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ควบคู่ไปกับผลลัพธ์เส้นผมและหนังศีรษะที่ดีขึ้น ภายใต้การดูแลความปลอดภัยโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด

และก้าวสำคัญของคุณหมอนิน ก็คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักวิจัยด้านการแพทย์ในระดับนานาชาติ ซึ่งรวมคณะแพทย์จากสถาบันชั้นนำทั้งจากเกาหลีใต้ ไทย และอินโดนีเซีย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการนำ “ไคโตซาน (Chitosan)” ในรูปแบบของสารสกัดธรรมชาติจากพืช มาเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง โดยงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Craniofacial Surgery 


เป็นที่ทราบกันดีว่า วิธีการทั่วไปที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ในปัจจุบัน คือการใช้ยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) และฟิแนสเตอไรด์ (Finasteride) ซึ่งแม้จะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดคือการเกิดผลข้างเคียงต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อีกทั้งตัวยาดังกล่าวยังมีการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล นั่นทำให้ทีมแพทย์ผู้วิจัย มาร่วมมือกันศึกษาการใช้สารสกัดธรรมชาติ “ไคโตซาน” ที่ปลอดภัยกว่า และสามารถเป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนไข้ นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ



และจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ทีมแพทย์ได้ใช้ไคโตซาน ร่วมกับ Microneedle เพื่อส่งสารสกัดธรรมชาติเข้าสู่ชั้นหนังศีรษะในระดับตื้น ให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม โดยทีมแพทย์พบผลลัพธ์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางเลือกการรักษาภาวะผมร่วงในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน นั่นคือมีการตอบสนองทางคลินิกในระยะแรกจากการใช้บนหนังศีรษะมนุษย์ หากใช้เป็นประจำต่อเนื่องกัน 6 เดือน สามารถเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม เพิ่มจำนวนเส้นผมให้ดูหนาแน่นขึ้นได้ และให้ประสิทธิภาพการฟื้นฟูเส้นผมใกล้เคียงกับไมนอกซิดิล 

ทางทีมแพทย์ยังได้ศึกษาวรรณกรรมทางการแพทย์ก่อนหน้า ซึ่งผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า สามารถใช้ผลิตภัณฑ์จากไคโตซานบนผิวหนัง ที่ความเข้มข้นสูงสุด 2% ได้อย่างปลอดภัย และให้ประสิทธิผลที่ดีในการเร่งสมานแผลและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ที่สำคัญ ทีมแพทย์ยังไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ ระหว่างการศึกษาในครั้งนี้  อีกทั้งยังพบว่า การใช้ไคโตซาน มีแนวโน้มความปลอดภัยที่สูงกว่า ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองน้อยกว่า เนื่องจาก
  • ดูดซึมเข้าสู่ระบบร่างกายน้อยมาก (Minimal systemic absorption) 
  • ไม่มีผลต่อฮอร์โมน (Absence of hormonal effects)

คุณหมอนินยังเสริมจากประสบการณ์ส่วนตัวกว่าสิบปีในวงการปลูกผมว่า คุณหมอได้มีโอกาสพบปัญหาผมหลากหลายรูปแบบ และเข้าใจว่าทางเลือกในการรักษาแก้ปัญหาผมยังมีอยู่เพียงไม่มาก อีกทั้งการรักษาบางรูปแบบ เช่น การใช้ยา อาจส่งผลข้างเคียงในคนไข้บางคนได้ และโดยเฉพาะสำหรับคนไข้ผู้หญิง ซึ่งไม่สามารถใช้ยากดฮอร์โมน ก็เท่ากับทางเลือกในการรักษาที่แคบลงไปอีก 



ดังนั้น การศึกษาวิจัยเพื่อเปิดทางไปสู่ตัวเลือกสารสกัดจากธรรมชาติใหม่ ๆ ในการดูแลเส้นผม จะช่วยให้คนไข้มีทางเลือกในการรักษาที่เหมาะกับตนเองมากขึ้น ต่อจากนี้ งานวิจัยอาจจะขยายผลโดยทดลองในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น ลองเพิ่มระยะความลึกของ Microneedle รวมไปถึงเปรียบเทียบการใช้งานสารสกัดในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อให้การนำไคโตซานมาใช้จริงในอนาคต เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อคนไข้มากที่สุด

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ผมร่วงหรือผมบาง สามารถปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อวางแผนออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด โดยแพทย์อาจแนะนำตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุง การเข้ารับบริการ Hair Treatment ไปจนถึงการปลูกผมถาวร ซึ่งนามนินขอแนะนำการปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT ที่คุณหมอนินพัฒนาต่อยอดเทคนิคขึ้นเอง และได้ช่วยเปลี่ยนภาพจำอันน่ากลัวของการผ่าตัดเพื่อปลูกผมในอดีต กลายเป็นหัตถการปลูกผมที่สะดวกสบาย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกนผม ปลูกผมด้วยแพทย์เองทุกเส้น ลดอาการเจ็บหรือบวม จึงแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที ทั้งยังดูแลรักษาหลังปลูกได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญ คุณหมอนินจะเป็นผู้ดูแลติดตามผล และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผลลัพธ์เส้นผมจะเติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ คืนความหนาแน่นพร้อมกับความมั่นใจให้คนไข้

และความมั่นใจนี่เอง คือปลายทางของการฟื้นบำรุงผมที่คุณหมอนินอยากเห็นในคนไข้ทุกคน เพราะเส้นผมคือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่มีผลต่อภาพลักษณ์และบุคลิกของเจ้าของเส้นผมโดยตรง หากปัญหาผมได้รับการดูแลจนสามารถคืนผมหนาแน่น สุขภาพดีจากภายในได้สำเร็จ คนไข้ก็จะเริ่มคืนความมั่นใจ และพร้อมก้าวออกไปใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่



นวดศีรษะวันละนิด หรือดูแลลึกถึงรากผม? เลือกวิธีที่ใช่ให้ผมคุณ
เส้นผมของเรา มักเปลี่ยนแปลงเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียง....บางคนอาจเริ่มสังเกตว่า หางม้าที่เคยแน่นดูบางลงกว่าที่เคย หรือเวลาสระผม เส้นผมหลุดติดมือมากกว่าปกติ ตอนแรกอาจดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ถ้าสัญญาณเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดบ่อยขึ้น ก็อาจถึงเวลาที่เราจะหันมาใส่ใจเส้นผมให้มากขึ้นอีกนิด เพราะบางครั้ง เส้นผมก็เป็นหนึ่งในภาษาของร่างกายที่อยากบอกอะไรบางอย่างกับเราค่ะ

แม้จะฟังดูน่ากังวล แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะการดูแลเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย และที่สำคัญ คุณสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเองทันที สิ่งง่ายๆ ที่อยากชวนให้ลองก็คือ “การนวดศีรษะ” ที่อาจจะดูธรรมดา แต่ได้ผลเกินคาดค่ะ แค่การนวดหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้วของเราเอง ก็สามารถช่วยกู้สถานการณ์ผมร่วง ผมบางได้แล้ว เพราะมีทั้งงานวิจัยและคำแนะนำจากแพทย์มากมายที่บอกตรงกันว่า การนวดช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มการส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังรูขุมขน เสริมให้รากผมแข็งแรงขึ้น ยืดระยะการเติบโตของเส้นผม และลดการหลุดร่วงได้อย่างเห็นผล และที่สำคัญคือ มันไม่ได้ดีแค่กับเส้นผม แต่ยังดีต่อใจเราด้วย เพราะการนวดยังช่วยคลายเครียด ลดอาการออฟฟิศซินโดรม และช่วยให้ร่างกายกลับมาสมดุลอย่างอ่อนโยน เปรียบเหมือนรางวัลเล็ก ๆ ที่เรามอบให้ตัวเองในแต่ละวัน 


สำหรับคนที่อยากเริ่มต้น ลองเริ่มจากท่าง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองก่อนเลยค่ะ ขอแนะนำ 4 ท่านวดที่สามารถทำได้ทุกวัน ใช้เวลาเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น
  • นวดปลายนิ้วแบบวงกลม ใช้นิ้วมือทั้งสองข้าง กดเบา ๆ เป็นวงกลมไล่ทั่วศีรษะ เริ่มจากกลางหัวไปยังข้างหู ท้ายทอย แล้ววนกลับมาด้านหน้า เหมือนใช้นิ้ววาดเส้นทางความผ่อนคลายไปทั่วศีรษะเลยค่ะ
  • นวดขณะสระผม ระหว่างใช้แชมพู ลองนวดศีรษะเบา ๆ ไปด้วย ช่วยให้ล้างสิ่งตกค้างได้ล้ำลึกขึ้น พร้อมผ่อนคลายไปในตัว
  • นวดขมับด้วยนิ้วโป้ง กดเบา ๆ บริเวณขมับ ช่วยให้รู้สึกโล่ง โปร่งเบา โดยเฉพาะในวันที่สมองล้า เหมาะมากกับช่วงที่อยาก “รีเซ็ต” ตัวเอง
  • นวดด้วยน้ำมันบำรุง เลือกน้ำมันที่เหมาะกับสภาพผม เช่น มะพร้าวเพื่อลดผมร่วง หรือเปเปอร์มิ้นท์เพื่อกระตุ้นเลือด แล้วนวดวนเบา ๆ ก่อนอบผ้าร้อน บอกเลยว่า ทั้งสบาย ทั้งบำรุงในขั้นตอนเดียวค่ะ
แต่ในบางครั้ง ถึงแม้เราจะดูแลเต็มที่แค่ไหน ผมก็ยังร่วงไม่หยุด หรือเริ่มบางจนเห็นหนังศีรษะมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าใครอยู่ในจุดนั้น ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะที่นามนินคลินิก เรามีทางเลือกดี ๆ ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้แบบตรงจุดมากขึ้น ด้วยโปรแกรมดูแลเส้นผมแบบ “ลึกถึงราก” ที่คุณหมอนินได้ออกแบบให้เหมาะกับสภาพปัญหาและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนที่สุดค่ะ

PHB Program สำหรับคนที่เริ่มมีปัญหา อยากฟื้นฟูไวและเห็นผลเร็ว โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผมร่วงมากผิดปกติ หรือเส้นผมเริ่มบางลงอย่างชัดเจน จุดเด่นคือ การใช้เลือดของเราเองนำมาสกัดร่วมกับวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน แล้วฉีดกลับเข้าไปที่หนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์รากผมซ่อมแซมตัวเองจากภายใน ฟังดูอาจรู้สึกว่าซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเป็นหัตถการที่สะดวกสบาย ใช้เวลาเพียง 40-60 นาทีเท่านั้นค่ะ หลังเข้ารับบริการไม่ต้องพักฟื้น และที่สำคัญคือเห็นผลลัพธ์ได้เร็ว ใน 3–7 วันแรก ผมร่วงจะเริ่มลดน้อยลงอย่างชัดเจน และภายใน 1–3 เดือน ผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นอย่างแข็งแรง ทั้งยังช่วยเพิ่มความหนา เงางาม และความมีชีวิตชีวาให้เส้นผมของเราอย่างเป็นธรรมชาติ



Hair Revive Program สำหรับคนที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดตัวเอง หรือปัญหาผมร่วงมาจากหลากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด ฮอร์โมน พันธุกรรม หรือผมบางหลังคลอด โปรแกรมนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดหนังศีรษะด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง จากนั้นฉายแสงเลเซอร์ (LLLT) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดการหลุดร่วงของเส้นผม



จากนั้นใช้เทคนิคเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดที่หนังศีรษะเบาๆ เพื่อเพิ่มการดูดซึมของตัวยา พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ แล้วจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงในจุดที่มีปัญหา เพื่อช่วยให้รากผมแข็งแรงและลดการอักเสบ โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่เคยทำเคมี ทำสี หรือใช้ความร้อนกับเส้นผมมานาน จนรู้สึกว่าผมอ่อนแอ และยังเหมาะกับคนที่เคยปลูกผมแล้ว ต้องการบำรุงให้ผมใหม่เติบโตดีในระยะยาวค่ะ

และไม่ว่าคุณจะเลือกโปรแกรมไหน ทั้ง PHB และ Hair Revive ก็ออกแบบมาให้เข้ารับบริการได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ทิ้งรอยแผล และสามารถผสานเข้ากับแผนการดูแลผมอื่น ๆ ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ประเมินและดูแลแผนการรักษาให้แบบใกล้ชิดทุกขั้นตอนค่ะ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากการนวดเบา ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือเลือกดูแลแบบลึกถึงรากกับนามนิน เราเชื่อว่า ทุกการใส่ใจที่คุณมีให้เส้นผมในวันนี้ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะสุขภาพผมที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่คือความมั่นใจที่ส่งผลถึงตัวตนภายใน และทุกก้าวที่คุณกล้ากลับมายืนอย่างมั่นใจในแบบที่เป็นคุณเองค่ะ

หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลเส้นผมที่เหมาะกับตัวเอง ลองแวะมาคุยกับคุณหมอนิน ที่ นามนินคลินิก ได้นะคะ เราพร้อมดูแลคุณอย่างเข้าใจ เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ก็เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แค่ “ปลายนิ้ว” เท่านั้นเองค่ะ

“หลังท้ายทอย” จะเป็นอย่างไร เมื่อย้าย “กราฟต์ผม” ออกไปปลูกใหม่แล้ว
ก่อนจะตัดสินใจปลูกผมครั้งหนึ่งในชีวิต จะดีกว่าไหม หากคนไข้ได้ลองทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญเกี่ยวกับการปลูกผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของ “กราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย”

การปลูกผมถาวร คือการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนคุณภาพดีจากด้านหลังท้ายทอย เพื่อนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หากถามว่าทำไมต้องเป็นพื้นที่หลังท้ายทอย คำตอบก็คือ เพราะพื้นที่ตรงนี้ เป็นจุดที่กราฟต์ผมมีความแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย เนื่องจากสามารถต้านทานอิทธิพลจากฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมร่วง เราจึงเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า “Safe Zone” โดยกราฟต์ผมที่ย้ายไปปลูกใหม่ จะสามารถเติบโต หลุดร่วง และงอกใหม่ตามวงจรเส้นผมธรรมชาติไปได้ตลอดชีวิตของคนไข้ ที่สำคัญ ผมที่นำไปปลูกใหม่ จะต้องเป็นกราฟต์ผมของคนไข้เองเท่านั้น ไม่สามารถใช้ของคนอื่นได้ 


คำถามต่อมาที่น่าจะเกิดขึ้นในใจของหลาย ๆ คนก็คือ เมื่อย้ายกราฟต์ผมต้นทุนออกไปแล้ว บริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยจะเป็นอย่างไร ผมจะสามารถงอกขึ้นใหม่ตามปกติได้อีกไหม

คำตอบก็คือ เมื่อย้ายกราฟต์ผมออกไปแล้ว ตรงจุดนั้นจะไม่มีผมงอกขึ้นมาใหม่ได้อีก นั่นเป็นเพราะว่า ในการปลูกผม เราต้องเจาะย้ายทั้งเส้นผมและรากผมออกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้ ที่จำเป็นต้องมีส่วนของรากอยู่ด้วย เพื่อการเจริญเติบโตต่อเนื่องต่อไปได้ เมื่อรากผมได้รับการปลูกหรือฝังตัวในพื้นที่ใหม่ วงจรเส้นผมจึงจะยังคงทำงานเป็นปกติได้ตามเดิม 

และเมื่อ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยไม่เหลือรากผมอยู่แล้ว จึงไม่สามารถสร้างเซลล์รากผมขึ้นใหม่ หรือมีผมงอกขึ้นมาใหม่ได้ ถึงตรงนี้หลายคนต้องเริ่มกังวลใจแล้วแน่ ๆ ว่าหลังปลูกผมแล้ว ผมด้านหลังท้ายทอยจะต้องแหว่งหายไป เหลือแต่รอยแผลจากการเจาะย้ายใช่หรือไม่

ในจุดนี้ ใครก็ตามที่กำลังจะเข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนิน ขอให้สบายใจได้เลย เพราะแม้ว่าผมจะไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ แต่คุณหมอนินได้ออกแบบต่อยอดเทคนิคเสริมเพื่อให้ผมด้านหลังดูเป็นปกติ โดยคุณหมอนินจะใช้ เทคนิคเจาะย้ายผมออกแบบขั้นบันได เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกแบบแถบเว้นแถบ และไม่ต้องโกนผมทิ้ง เพื่อซ่อนรอยแผลแนบเนียนไปกับเส้นผมเดิม ขณะเดียวกัน คุณหมอจะเจาะย้ายกราฟต์แบบกระจายให้เกิดความสม่ำเสมอ ไม่เจาะออกแค่จุดใดเพียงจุดเดียว เพื่อไม่ให้ผมบางหรือหายไปเป็นหย่อม ๆ 


อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยซ่อนรอยแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คืออุปกรณ์เจาะย้ายกราฟต์ผม ที่มีขนาดของหัวเจาะเล็กเป็นพิเศษ ทั้งยังสามารถปรับให้พอดีกับขนาดของกราฟต์ผมของคนไข้ได้ จึงไม่เพียงให้ผลลัพธ์การเก็บกราฟต์ผมที่สมบูรณ์ แต่ยังช่วยให้รอยแผลที่เหลืออยู่มีขนาดเล็กมาก ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ดังนั้น คนไข้จึงสามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างอิสระ แม้ผ่านการปลูกผมมาแล้วก็ตาม

และความโดดเด่นอีกประการหนึ่งของเทคนิค NEAT ก็คือการที่คุณหมอนินเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้คนไข้เองทั้งหมด แบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น ทำให้สามารถควบคุมทุกจังหวะการปลูกได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางและองศาผมที่กลมกลืนไปกับผมเดิม ระยะความลึกในการปักกราฟต์ รวมถึงความหนาแน่นของผมที่พอเหมาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อความอยู่รอดของผมใหม่ และความสวยงามเนียนตาของผมในภาพรวมด้วย




ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนินยังดูแลติดตามผลตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมแนะนำบริการ Treatment ที่จะช่วยเสริมให้ทั้งผมใหม่และผมเดิมแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ได้แก่

  • PHB Treatment
โปรแกรมฟื้นบำรุงผม ที่สามารถรับบริการต่อเนื่องหลังจากปลูกผมใหม่ได้ ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ให้เส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรง เร่งการงอกใหม่ และชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ โดยสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่การรับบริการครั้งแรก


  • Hair Revive Treatment
โปรแกรมดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่เหมาะกับผู้เข้ารับการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยอาศัยสารสกัดจากธรรมชาติและสารอาหารผมมากคุณค่า มอบการบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดโอกาสผมหลุดร่วง พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผมใหม่งอกเร็วขึ้น 


นี่คือส่วนหนึ่งของความใส่ใจจากคุณหมอนิน ที่มองเห็นและเข้าใจ pain point ของคนไข้ จึงพยายามต่อยอดเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้คนไข้เกิดความสะดวกสบาย สามารถใช้ชีวิตประจำวันหลังปลูกผมได้อย่างมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ดูแลสุขภาพดีแค่ไหน แต่ยังเหนื่อยใจเพราะ “ผมร่วง”
สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง คือรางวัลของคนที่ดูแลตัวเองอย่างตั้งใจเต็มที่ หลายคนหมั่นออกกำลังกายเพื่อร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์มเป็นประจำ หลายคนเลือกรับประทานแต่อาหารที่ดีมีประโยชน์ แต่คนรักสุขภาพเหล่านี้ บางคนกลับยังต้องเผชิญกับปัญหาน่าเหนื่อยใจอย่างเช่น “ผมร่วงและผมบาง” 


ทั้งที่ดูแลตัวเองดีขนาดนี้ 
แต่ทำไมสุขภาพผมถึงไม่ดีตามไปด้วยนะ
นั่นเป็นเพราะว่า ภาวะผมร่วงและผมบาง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แม้ว่าเจ้าของเส้นผมจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่ใช่การดูแลปัญหาผมอย่างตรงจุดตรงสาเหตุ ก็อาจจะไม่สามารถยับยั้งหรือชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ผมร่วงระดับไหน 
ที่ควรเริ่มกังวลใจได้แล้ว
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ที่จริงแล้ว ผมของคนเราจะหลุดร่วงเป็นปกติอยู่ทุก ๆ วัน ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม แต่อาการผมร่วงที่อาจเรียกได้ว่าผิดปกติ และเป็นสัญญาณว่าควรได้รับการดูแลรักษา สามารถสังเกตเบื้องต้นง่าย ๆ ได้ดังนี้

  • เส้นผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ สังเกตได้จากเวลาที่เราสระผม หวีผม กวาดพื้นห้อง หรือสังเกตผมที่ร่วงบนหมอน
  • ผมร่วงจำนวนมากแบบเฉียบพลัน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ผมร่วงเป็นหย่อม จนมองเห็นหนังศีรษะ
  • ผมร่วง ร่วมกับอาการอักเสบและเป็นแผลบนหนังศีรษะ

ได้เวลาค้นหาสาเหตุที่จริงของอาการ “ผมร่วง”
เมื่อเริ่มรู้สึกแล้วว่า อาการผมร่วงของเรา น่าจะอยู่ในระดับที่ผิดปกติ ขั้นถัดมาคือการสังเกตตัวเองเพื่อมองหาสาเหตุของภาวะผมร่วง หรือปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุ รวมถึงแนวทางรักษา ซึ่งสาเหตุของการที่ผมหลุดร่วงมากกว่าที่ควร มาจากปัจจัยที่หลากหลาย นอกเหนือไปจากการดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม

ย้อนมองคนใกล้ตัว 
มีใครในครอบครัว ผมบางหรือผมล้านบ้างไหม
ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณผู้ชายส่วนมากต้องเผชิญกับอาการผมร่วง ผมบาง ที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านในที่สุด ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่มีอาการผมร่วงจากพันธุกรรม มักจะมีเจ้าฮอร์โมนที่ชื่อ DHT เป็นสาเหตุสำคัญร่วมด้วย โดยเอนไซม์ 5-alpha reductase ที่หนังศีรษะ จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมน ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (Dihydrotestosterone) หรือ DHT ซึ่งจะพบเป็นปริมาณมากในผู้ที่ได้รับกรรมพันธุ์ผมร่วงผมบาง ส่งต่อกันมาจากคนในครอบครัว เพราะพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดว่ารูขุมขนจะไวต่อ DHT มากน้อยแค่ไหน


ฮอร์โมน DHT จะเข้าไปจับกับตัวรับสัญญาณที่บริเวณรูขุมขนหรือรากผม ส่งผลให้วงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นผมเปลี่ยนไป นั่นคือทำให้ระยะเจริญเติบโตของเส้นผมบนหนังศีรษะสั้นลง ขณะเดียวกันก็ทำให้ระยะพักตัว หรือระยะที่เส้นผมเก่าจะถูกดันให้หลุดร่วง เพื่อเตรียมฟื้นฟูสร้างเส้นผมใหม่ กินเวลานานขึ้น ทำให้เส้นผมหลุดร่วงไปก่อนเวลาอันควร อีกทั้งงอกใหม่ช้าลง ๆ ไม่เพียงเท่านั้น ฮอร์โมน DHT ยังส่งผลให้รูขุมขนเล็กลง รากผมอ่อนแอลง เส้นผมที่งอกใหม่จึงมีขนาดเล็ก บาง ไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อการหลุดร่วงมากขึ้น หรืออาจถึงขั้นหยุดงอกใหม่ตลอดไป  

ลองสำรวจสภาพใจดูบ้าง 
เพราะบางครั้งเราอาจจะเครียดโดยไม่รู้ตัว
ความเครียด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมหลุดร่วงผิดปกติได้เช่นกัน เพราะเมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งจะไปรบกวนวงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นผม ทำให้เข้าสู่ระยะพักตัวเป็นเวลานานขึ้น วงจรชีวิตผมสั้นลง และหลุดร่วงเร็วกว่าที่ควร ความเครียดยังส่งผลต่อพฤติกรรมบางอย่างที่อาจจะทำร้ายเส้นผมซ้ำได้อีก เช่น การแกะเกา หรือดึงผมตัวเองโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้รากผมเสียหาย และงอกใหม่ช้าลง 

ส่วนใครที่มักจะนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ นี่ก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเช่นกัน ทั้งยังรบกวนการผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่มีส่วนในการสร้างเซลล์ผมอีกด้วย

กินอาหารดี 
แต่บางทีอาจไม่ครบตามหลักโภชนาการก็เป็นได้
แม้ว่าเราจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่อาจจะยังตกหล่นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดูแลเส้นผมไป โดยเฉพาะวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็น อย่างเช่น ไบโอติน ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี รวมไปถึงโปรตีนที่อาจจะยังไม่เพียงพอ ซึ่งโครงสร้างส่วนใหญ่ของเส้นผมคือโปรตีนนั่นเอง ที่สำคัญ ยังควรต้องระมัดระวังเรื่องการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เพราะ 2 สิ่งนี้ ก็เป็นตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการผมร่วงโดยตรงเช่นกัน


เรื่องเล็กที่เรามักมองข้าม 
สำรวจพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว
แม้จะเป็นพฤติกรรมเล็ก ๆ แต่เมื่อทำบ่อย ๆ วนซ้ำเป็นประจำ ก็อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นผมของเราอ่อนแอลงได้เหมือนกัน เริ่มจากการสระผมบ่อยเกินไป ที่ทำให้หนังศีรษะแห้ง จนส่งผลให้รากผมอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการหลุดร่วงของเส้นผม บางคนอาจใช้แชมพูทำความสะอาดที่ไม่เหมาะกับเส้นผม หรือมีสารเคมีที่ทำให้ผมอ่อนแอลง หรือบางคนหวีผมขณะผมเปียกหลังสระเสร็จใหม่ ๆ ซึ่งผมที่เปียกคือผมที่อยู่ในช่วงเปราะบาง ทำให้ขาดง่ายกว่าปกติ


การจัดแต่งทรงผม ก็มีส่วนทำให้ผมร่วงได้ เพราะเป็นการใช้สารเคมีต่าง ๆ กับเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง และบางครั้งก็มีการใช้ความร้อนที่มากเกินไป ซึ่งหากผมไม่ได้รับการบำรุงดูแลอย่างดี ก็จะยิ่งถูกทำร้ายได้ง่ายขึ้น

ส่วนใครที่มักจะใช้ชีวิตประจำวันกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่มีหมวก หรือร่ม ช่วยปกป้องเส้นผม ก็อาจถูกทำร้ายจากแสงแดดได้ เช่นผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ เป็นต้น

วัยและโรคภัยไข้เจ็บ 
อีกสาเหตุหนึ่งของอาการผมร่วง
ทราบหรือไม่ว่า ผู้ชายที่เข้าสู่ช่วงอายุ 30 – 40 ปี มักจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นผม ทั้งผมร่วงมากขึ้น ผมบางลง หรือผมบริเวณหน้าผากเว้าเข้าไปเป็นรูปตัว M ลึกขึ้นกว่าเดิม และยังรวมถึงสาเหตุจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อย่างเช่นการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ การได้รับเคมีบำบัด หรืออาจมีโรคผิวหนังบางชนิดเกิดขึ้นบริเวณหนังศีรษะ เป็นต้น

แม้ว่าใคร ๆ ก็มีโอกาสเผชิญกับปัญหาผมร่วงและผมบาง จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งที่ดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะผมร่วง ผมบาง เป็นอาการที่คุณผู้ชายสามารถดูแลหรือรักษาให้ดีขึ้นได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผมของแต่ละคน) และเมื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกแนวทางการฟื้นฟูเส้นผมที่เหมาะสมและตอบโจทย์มากที่สุด

แนะวิธีรับมือปัญหาผมร่วง ผมบาง เบื้องต้น
สำหรับคุณผู้ชาย

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมในชีวิตในประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสระผม หวีผม จัดแต่งทรงผม หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องรับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน
  • พฤติกรรมต่าง ๆ ยังรวมไปถึงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลจิตใจไม่ให้เกิดความเครียด และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • เลือกรับประทานอาหารถูกต้องครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เน้นสารอาหารที่หลากหลายและจำเป็นสำหรับการดูแลเส้นผม เช่น วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี ไบโอติน สังกะสี ธาตุเหล็ก รวมถึงสารอาหารสำคัญอย่าง โปรตีน ซึ่งในปัจจุบันสามารถเลือกรับประทานโปรตีน ในรูปของเปปไทด์ที่สกัดจากพืช เช่นถั่วลันเตาหรือถั่วเหลืองได้อย่างสะดวกสบาย
  • อีกทางเลือกหนึ่งที่คุณผู้ชายสามารถดูแลตัวเองได้ง่าย ๆ ก็คือการทาเซรั่มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และดูแลหนังศีรษะให้แข็งแรง

ผมร่วงจนเหนื่อยใจ 
ได้เวลาปรึกษาแพทย์
หลายคนอาจจะปล่อยเวลาล่วงเลยจนอาการผมร่วงอยู่ในระดับที่รุนแรงขึ้น บางคนเริ่มสังเกตเห็นหนังศีรษะตรงบริเวณที่ผมบางชัดขึ้น ถึงตรงนี้ นามนินขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลฟื้นฟูเส้นผม เพื่อวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้

ปลูกผมถาวร เทคนิค NEAT 
เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยไม่ต้องโกนผม ไม่ต้องผ่าตัด เพียงใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการปลูกผมโดยเฉพาะ จึงลดอาการบวม เจ็บ เลือดออกน้อย รอยแผลเล็ก จนแทบไม่ต้องพักฟื้น หลังปลูกเสร็จสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ให้ตอบโจทย์สภาพปัญหาและความต้องการของคนไข้อย่างแท้จริง อาศัยทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการเติมเต็มเส้นผม เพื่อคืนความมั่นใจให้กับคนไข้ 

ที่สำคัญ เทคนิค NEAT เป็นการปลูกผมโดยแพทย์เองแบบเส้นต่อเส้น จึงวางใจได้ในประสิทธิภาพ ความละเอียดพิถีพิถันและความใส่ใจ แพทย์ยังต่อยอดเทคนิคต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนไข้ ทั้งในขณะเข้ารับการปลูกผม และเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหลังปลูก




ทั้งนี้ แพทย์ให้แนะนำให้เริ่มเข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT โดยไม่ต้องรอให้สูงวัย หรือรอให้ปัญหาผมบางรุนแรงเสียก่อน และนี่คือเหตุผลที่คุณผู้ชายควรเริ่มรักษาตั้งแต่ผมเริ่มร่วงเพียงไม่มาก หรือผมเริ่มบางเพียงเล็กน้อย  

  • ข้อแรก การปลูกผมเป็นการใช้กราฟต์ผมคุณภาพดีจากด้านหลังท้ายทอยของคนไข้เอง ซึ่งมีปริมาณจำกัด และอาจเหลือน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้น การเริ่มปลูกผมตั้งแต่อายุยังน้อย พื้นที่ผมบางยังไม่กว้าง ทำให้มั่นใจได้ว่า จะมีกราฟต์ผมเพียงพอสำหรับปลูกใหม่ 
  • ต่อเนื่องจากข้อแรก เมื่อใช้จำนวนกราฟต์ผมน้อยในการปลูกใหม่ นั่นหมายความว่า ค่าใช้จ่ายก็จะยังไม่สูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ผมบางหรือผมล้านรุนแรงเป็นวงกว้าง
  • ข้อต่อมา หากปลูกผมตั้งแต่ในช่วงวัยหนุ่ม ซึ่งปัญหาผมบางยังไม่รุนแรง หลังปลูกเพื่อเติมเต็มผมใหม่แล้ว ภาพลักษณ์และบุคลิกจะยังดูไม่เปลี่ยนไปมาก จนแทบไม่มีใครสังเกตหรือทักว่าไปปลูกผมมา จึงไม่ต้องกังวลในจุดนี้
  • สุดท้าย แพทย์จะติดตามดูแลผลทุกระยะด้วยตัวเอง ตลอดเวลา 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงอยู่กับคนไข้ไปได้นานที่สุด

PHB Treatment
นอกจากการปลูกผมถาวรแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับบริการ Treatment อย่างเช่นโปรแกรม PHB ที่ออกแบบมาเพื่อบำรุงและฟื้นฟูผมถึงชั้นลึก ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน ทั้งเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ เร่งการสร้างเซลล์ผมใหม่ พร้อมชะลอผมหลุดร่วง 



โปรแกรม PHB มีขั้นตอนที่สะดวกสบาย เพียงใช้วิธีฉีดเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรงในจุดที่มีปัญหา โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มพบปัญหาผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น ซึ่งคนไข้สามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่เข้ารับบริการครั้งแรก

Hair Revive Treatment
สำหรับ Hair Revive Treatment เป็นโปรแกรมที่เน้นคุณประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาติร่วมกับสารอาหารผม ช่วยให้สุขภาพผมแข็งแรงขึ้น ลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นการเจริญเติบโตของรากผม เร่งการงอกใหม่ และลดโอกาสผมหลุดร่วง โดยจะเป็นการเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy ความลึก 0.5 มิลลิเมตร ให้ผิวพร้อมเต็มที่สำหรับรับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์ที่จะทาลงบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง

Hair Revive Treatment ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากหลากหลายสาเหตุที่นำเสนอไว้ในช่วงต้น ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป



หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณผู้ชายเข้าใจที่มาที่ไปของอาการผมร่วง ผมบาง ได้ดีขึ้น เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะที่ถูกต้อง หรือสามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ของนามนินได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

ฟื้นฟูผมบางจากภาวะ SLE ด้วยโปรแกรม PHB และ Hair Revive Program
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง หรือที่เรียกว่า Systemic Lupus Erythematosus (SLE) เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากความแปรปรวนของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งในภาวะปกติ “ระบบภูมิคุ้มกัน” จะทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ แต่สำหรับผู้ป่วย SLE ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิดว่าร่างกายตัวเองคือศัตรู จึงสร้างแอนติบอดีโจมตีเนื้อเยื่อต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในหลายอวัยวะ เช่น ผิวหนัง ข้อต่อ ไต หัวใจ ปอด เลือด และระบบประสาท ทำให้อาการของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนอาจมีเพียงผื่นและผมร่วง ขณะที่บางคนอาจประสบอาการภายในร่วมด้วย


หนึ่งในอาการที่ส่งผลต่อความมั่นใจของหลายคนคือ “ภาวะผมร่วง” ซึ่งมักเกิดจากรูขุมขนที่ถูกกระทบจากความแปรปรวนของระบบภูมิคุ้มกัน รากผมอาจอักเสบหรือหยุดทำงานชั่วคราว ส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงง่าย และบางครั้งอาจมาพร้อมกับผิวหนังอักเสบร่วมด้วย ลักษณะผมร่วงจาก SLE มักเป็นแบบกระจายทั่วศีรษะ หรือร่วงเป็นหย่อมๆ โดยไม่ทิ้งแผลเป็น และมักสัมพันธ์กับช่วงที่โรคลุกลามหรือการใช้ยาบางชนิด


หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้ หรือรู้สึกกังวลใจทุกครั้งที่เห็นเส้นผมหลุดร่วงและบางลง นามนินคลินิกขออยู่เคียงข้าง เพื่อดูแลและช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นใจ เพราะตราบใดที่รูขุมขนยังสมบูรณ์และไม่ถูกทำลายถาวร การฟื้นฟูอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยให้ผมกลับมางอกใหม่ได้อีกครั้ง ด้วย โปรแกรม PHB และ Hair Revive Program ที่ได้รับออกแบบและพัฒนาโดย พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม ซึ่งทั้งสองโปรแกรมเป็นทางเลือกในการฟื้นฟูเส้นผมโดยไม่จำเป็นต้องปลูกผมค่ะ 

ในทุกขั้นตอนของโปรแกรม PHB และ Hair Revive Program คุณหมอนินจะดูแลด้วยตัวเอง เริ่มจากการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจปัญหาเฉพาะบุคคล และตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมกับหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด เพราะเส้นผมและรากผมของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การดูแลอย่างตรงจุดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูค่ะ

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการดูแล คุณจะได้รับการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแสงเลเซอร์อ่อนโยนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ปุ่มผมให้สามารถลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ เสริมให้รากผมแข็งแรงและพร้อมสำหรับการฟื้นตัว


สองโปรแกรมนี้จะมีเทคนิคแตกต่างกันเล็กน้อย โปรแกรม PHB จะเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าที่หนังศีรษะ เพื่อเติมเต็มความแข็งแรงให้รากผมโดยตรง ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวา ดกดำ และเงางามขึ้น ส่วน Hair Revive Program เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดของตนเอง เป็นการบำรุงด้วยเทคนิค Microneedle Therapy โดยใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดเบา ๆ บนหนังศีรษะ เพื่อเปิดทางให้ตัวยาซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ จากนั้นจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงเฉพาะจุด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้รากผมในระยะยาว ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมให้แต่ละท่านค่ะ



เมื่อดูแลต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งสองโปรแกรมจะค่อย ๆ กระตุ้นให้เส้นผมกลับมางอกใหม่ เพิ่มความหนาแน่น และทำให้เส้นผมดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมที่เคยบางจะค่อย ๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมคืนความมั่นใจให้คุณได้อย่างอ่อนโยนและยั่งยืน

แม้การเผชิญกับโรค SLE อาจเป็นเส้นทางที่ยาวนานและต้องอาศัยทั้งความอดทนและกำลังใจ แต่โปรดรู้ไว้ว่าคุณไม่ได้เดินอยู่ลำพัง ทุกการดูแลและความตั้งใจเล็ก ๆ ที่คุณมอบให้ตัวเองในแต่ละวัน ล้วนเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ นามนินคลินิกเชื่อว่า “ความงามและความมั่นใจ” ไม่ได้หายไปพร้อมกับเส้นผมที่ร่วงหล่น หากแต่สามารถกลับมาได้เสมอ เมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ขอเพียงคุณเปิดใจให้เราดูแลไปพร้อมกัน ผมที่เคยอ่อนแอจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มและความมั่นใจจากภายในค่ะ 



แพทย์ไทยร่วมทีม ผลงานวิจัยนานาชาติชี้ “ไคโตซาน“ สารสกัดธรรมชาติทางเลือกใหม่ เสริมการงอกของเส้นผม ผลลัพธ์เทียบ Minoxidil 5%
ปัญหาผมร่วง ผมบาง เป็นเรื่องที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะภาวะ ผมร่วงแบบพันธุกรรม (Androgenetic alopecia) และ ผมร่วงกระจาย (Diffuse hair loss) ซึ่งพบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ประมาณ 50% ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ปัจจุบันการรักษามาตรฐานที่นิยมคือ ไมนอกซิดิล ( minoxidil ) และ ฟิแนสเตอไรด์ (finasteride ) แต่ก็มีผู้ที่ตอบสนองต่อการรักษาไม่เท่ากัน และมีข้อจำกัด เช่น ผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย และการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทำให้เกิดความสนใจในทางเลือกอื่น ๆ ที่ไม่พึ่งฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น

ล่าสุดทีมนักวิจัยจากนานาชาติ ได้ร่วมกันศึกษาประสิทธิภาพของ ไคโตซาน (Chitosan) สารสกัดจากธรรมชาติจากพืช ที่มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาใช้เสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม



การวิจัยครั้งนี้จัดทำโดยคณะแพทย์จากหลายสถาบันในประเทศเกาหลีใต้  ประเทศไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งหนึ่งในคณะแพทย์ผู้ร่วมวิจัยคือ พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม จาก นามนิน คลินิก ประเทศไทย ซึ่งได้เข้าร่วมออกแบบและวิเคราะห์ผลการศึกษา

ผลลัพธ์จากการศึกษานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาทางเลือกการรักษาผมร่วงรูปแบบใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
การใช้ไคโตซานอาจมี ข้อได้เปรียบที่สำคัญ ได้แก่
 • การดูดซึมเข้าสู่ระบบร่างกายน้อยมาก (minimal systemic absorption)
 • ไม่มีผลต่อฮอร์โมน (absence of hormonal effects)



แสดงให้เห็นถึง ความปลอดภัยที่ดีและการตอบสนองทางคลินิกในระยะแรก จากการใช้บนหนังศีรษะของมนุษย์  สามารถเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม, จำนวนของเส้นผม และความพึงพอใจของผู้ป่วยได้ โดยไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ ระหว่างการศึกษา

นอกจากนี้ วรรณกรรมทางการแพทย์ก่อนหน้านี้ที่ศึกษา ผลิตภัณฑ์ไคโตซานทาผิวหนัง ยังสนับสนุนว่า ความเข้มข้น สูงสุดถึง 2% สามารถใช้ได้อย่าง ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ในการเร่งการสมานแผลและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

ผลการศึกษานี้สนับสนุนว่า ไคโตซาน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับไมโครนีดเดิล อาจเป็นทางเลือกที่ไม่ใช้ฮอร์โมน (non-hormonal alternative) เป็นแนวทางการรักษาใหม่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับการฟื้นฟูเส้นผม

รายละเอียดงานวิจัยฉบับเต็ม
https://journals.lww.com/jcraniofacialsurgery/abstract/9900/comparative_efficacy_of_topical_chitosan_and.3275.aspx

หมายเหตุ
Journal of Craniofacial Surgery เป็นวารสารทางการแพทย์ที่มีการผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed journal) เน้นเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการด้านศัลยกรรมใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รวมถึงศัลยกรรมตกแต่งเด็กและศัลยกรรมช่องปาก มีลักษณะเป็นวารสารวิชาการแบบตีพิมพ์เป็นระยะ (bi-monthly) โดยสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียง Lippincott Williams & Wilkins


เติมอาหารผม ด้วย “วิตามิน” แก้ผมร่วง
วันนี้ คุณเติมอาหารดี ๆ ให้เส้นผมหรือยัง ? 

เส้นผมก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่ต้องการอาหารมาหล่อเลี้ยงเพื่อการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน และหนึ่งในอาหารที่คนรักผมควรเลือกรับประทานเพื่อบำรุงผมให้แข็งแรง ก็คือ “วิตามิน” ซึ่งเป็นสารอาหารเปี่ยมคุณประโยชน์ที่จำเป็นต่อการทำงานแทบทุกส่วนของร่างกาย 

นามนินจึงขอแนะนำคุณประโยชน์ของวิตามินชนิดต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมให้เส้นผมสุขภาพดีจากภายใน ไม่หลุดร่วงง่าย ไม่ต้องโบกมือบ๊ายบายเส้นผมไปก่อนเวลาอันควร เพราะบางครั้งสาเหตุของอาการผมร่วง ก็มาจากการขาดวิตามินบางชนิดได้เหมือนกัน โดยเราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง หรือรับประทานวิตามินเสริมเพื่อบำรุงและฟื้นฟูเส้นผม ภายใต้คำแนะนำของแพทย์


Biotin 
ช่วยเสริมสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนส่วนประกอบหลักของผม กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง ลดอาการผมเปราะบาง แห้งเสีย ขาดหลุดร่วงง่าย
แหล่งอาหาร – ปลาแซลมอน ไข่ ตับ ถั่ว มันหวาน อะโวคาโด

Vitamin D 
ช่วยเสริมการทำงานของรูขุมขนให้เป็นไปอย่างปกติ กระตุ้นการสร้างเซลล์ผมใหม่ เพิ่มความเงางามให้เส้นผม หากขาดวิตามินดี จะยิ่งเสี่ยงต่ออาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ
แหล่งอาหาร - นม ไข่ ปลาแซลมอน (หรือสามารถใช้วิธีออกไปรับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าก็ได้เช่นกัน)

Vitamin E 
มีส่วนสำคัญในการสร้างเคราติน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรง เงางาม ดูมีชีวิตชีวา
แหล่งอาหาร - เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ

Vitamin A 
มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของเซลล์ทุกส่วนในร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังกระตุ้นการผลิตซีบัม หรือน้ำมันตามธรรมชาติ ทำให้หนังศีรษะไม่แห้ง โดยควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
แหล่งอาหาร – ผักใบเขียว มะเขือเทศ ฟักทอง ผลไม้ ตับ น้ำมันปลา ไข่ นม

Vitamin C 
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน บำรุงรากผม ลดการอักเสบ พร้อมปกป้องเส้นผมจากสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุทำให้ผมอ่อนแอหลุดร่วงง่ายได้เช่นกัน
แหล่งอาหาร - ส้ม มะนาว ฝรั่ง ผักคะน้า ผักโขม ผักกาดขาว ดอกกะหล่ำ

Vitamin B รวม 
ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดไปที่หนังศีรษะ เสริมบำรุงรากผมให้แข็งแรง
แหล่งอาหาร -  เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา ไข่ ถั่ว ผักใบเขียว 


เมื่ออาหารผมที่ดี คือทางเลือกในการปกป้องและแก้ปัญหาเส้นผมจากภายใน ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาใส่ใจดูแลเส้นผม และบอกรักผมด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างเช่นการเติมวิตามินที่ใช่ให้เส้นผมนั่นเอง

ยกหน้า Endotine ทำให้ผมร่วงจริงหรือ?
อาการ “ผมร่วง” หลังการทำศัลยกรรม เป็นปัญหาที่อาจพบได้ในบางกรณี เนื่องจากการทำศัลยกรรมบางครั้งจำเป็นต้องมีการผ่าตัดและการเย็บแผลในบริเวณหนังศีรษะ เท่ากับว่าอาจเกิดความเสี่ยงที่จะไปรบกวนหรือกระทบกระเทือนรากผมบริเวณนั้น จนเกิดภาวะผมร่วงตามมาได้

Endotine เป็นหัตถการหนึ่งที่เน้นดูแลปัญหาใบหน้าส่วนบน ได้แก่ช่วงหน้าผากและคิ้ว จึงมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบถึงรากผมได้เช่นกัน โดย Endotine เป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า ผลิตจากวัสดุทางการแพทย์ สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ Endotine จะถูกสอดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อยึดกับเนื้อเยื่อและช่วยยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงขึ้น สามารถยกกระชับใบหน้าได้หลายส่วน เช่น แก้ม คาง แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือการใช้ Endotione ยกกระชับหน้าผากและคิ้ว เพื่อปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย และคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าอีกครั้ง



ทั้งนี้ แผลผ่าตัดที่เกิดขึ้นจากการทำ Endotine ยกกระชับหน้าผากและคิ้ว จะได้รับการซ่อนไว้ในบริเวณไรผม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการ “ผมร่วง” ได้ หากแพทย์ผู้ทำหัตถการไม่ได้มีความชำนาญในการผ่าตัด หรือมีความระมัดระวังมากเพียงพอ แผลดังกล่าวอาจไปกระทบกระเทือนให้รากผมเกิดความเสียหาย หรืออีกกรณีหนึ่ง หลังทำหัตถการเรียบร้อยแล้ว คนไข้ขาดความเอาใจใส่ที่จะดูแลแผลให้ดี จนเกิดอาการแทรกซ้อนหรือติดเชื้อ ก็ส่งผลให้รากผมเกิดการบาดเจ็บ เสียหายได้เช่นกัน






อย่างไรก็ตาม หากแพทย์ผู้ทำหัตถการ เลือกตำแหน่งหรือวางแนวแผลผ่าตัดที่เหมาะสม พร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังทะนุถนอมรากผมไม่ให้ถูกรบกวนหรือทำลายระหว่างผ่าตัด ก็จะลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผมได้
และสำหรับคนไข้บางรายที่เผชิญกับภาวะผมร่วงหลังการทำหัตถการ Endotine ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะโดยทั่วไป อาการเหล่านั้นจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งผมของคนไข้จะเริ่มกลับมาหลังผ่านไป 6 - 8 เดือน ขณะที่คนไข้บางคนอาจเผชิญภาวะผมร่วงกินพื้นที่กว้าง หรือในระยะเวลาที่นานกว่านั้น ซึ่งคนไข้สามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้ ด้วยการทาเซรั่มลดการหลุดร่วงและเร่งการงอกใหม่ของเส้นผม หรือรับประทานวิตามินบำรุงที่อุดมไปด้วยสารอาหารผมมากคุณประโยชน์โดยตรง

แต่สำหรับใครที่ต้องการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาเร็วขึ้น ปัจจุบันนามนินมีโปรแกรมแก้ปัญหาผมร่วงหลัก 2 แบบ คือ
Hair Revive Program และ PHB  ซึ่งต่างให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่มีวิธีการรักษาแตกต่างกัน

Hair Revive Program
โปรแกรมลดโอกาสผมหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม มีข้อดีคือไม่จำเป็นต้องใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการ ระหว่างทำจะใช้แสงเลเซอร์พลังต่ำ (LLLT) และใช้ Microneedle สะกิดหนังศีรษะเพื่อส่งสารบำรุงสู่ผิวชั้นลึก


PHB
เป็นทรีตเมนต์ที่ต้องใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการ โดยแพทย์จะนำเลือดไปผ่านกระบวนการแยกส่วนประกอบพร้อมกับเพิ่มวิตามินของนามนินเข้าไปแล้วจึงฉีดกลับเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง วิธีนี้ช่วยฟื้นฟูรากผม ลดการหลุดร่วง และกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเร่งฟื้นฟูเส้นผม หรืออยู่ในช่วงเริ่มมีปัญหาผมบาง




ไม่ว่าคุณจะเลือก Hair Revive Program หรือ PHB ทั้งสองวิธีล้วนออกแบบมาเพื่อฟื้นบำรุงและเสริมความแข็งแรงของรากผม ให้เส้นผมค่อย ๆ กลับมาดกหนาและมีสุขภาพดีอีกครั้ง โดยแพทย์จะช่วยประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพผมและความต้องการของคุณ