คุณหญิง ธิติกานต์ ศิลปินนักร้องและนักแสดงที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง ซิ่นลายโส้ ทางช่องวัน 31 และละครอีกหลายเรื่อง รวมถึง โอปป้าลำซิ่ง ทางช่อง 7HD คุณหญิงจึงเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องดูแลภาพลักษณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะ “เส้นผม” ที่มีผลต่อความมั่นใจในทุกบทบาทที่ได้รับ “เรื่องนี้ได้แต่งตัวสวยและได้ทำผมที่ได้โชว์หน้าเราจริง ๆ...ในเรื่องได้รับบทเป็นนักร้องหมอลำ ก็ใกล้ตัว เพราะเราเป็นศิลปินเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ที่เราทำผมก่อนที่เราจะออกสู่จอ เราต้องไปฟิตติ้งก่อน ว่าทรงไหนที่มันจะเสริมตัวละครและเสริมบุคลิกภาพให้ตัวละคนในเรื่องนั้น สรุปแล้ว มันก็ต้องเป็นทรงที่เป็นเรา รวบตึง และมันก็ค่อนข้างที่จะเห็นชัดว่า ผมเราแน่น มันดูเต็ม”
แต่เบื้องหลังลุคผมสวยที่เห็น คุณหญิงเคยเผชิญกับปัญหาผมบาง โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า จากการมัดผมต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเริ่มสังเกตได้ว่าผมบางลงอย่างชัดเจน และผมใหม่ขึ้นช้าลง “เป็นคนที่ลูกผมเยอะอยู่แล้ว หน้าผากค่อนข้างแคบด้วยซ้ำไป แต่พอวันหนึ่งที่เราต้องเริ่มดูแลตัวเองเรื่องของการแต่งหน้าและการทำผมเอง ก็เลยทำให้เราคิดว่าเราจะทำทรงไหนที่เราสามารถทำได้เอง การมัดผมคือการตอบโจทย์สำหรับพี่หญิงมาก ๆ เพราะว่ามันทำได้เอง พอมัดแรกๆ ก็สวย ๆ ดีอยู่ แต่พอมัดเข้าเกือบปีที่ 10 ทำไมรู้สึกว่ามันบางลง ลึกเข้ามากขึ้น โดยเฉพาะตรงที่เคยมีลูกผมเยอะ ๆ ของเราค่ะ บางลงอย่างเป็นได้ชัด และความถี่ของการเกิดผมใหม่มันน้อยลง ผมขึ้นช้าลง จนเรารู้สึกว่า มันบางลงจริง ๆ”

เมื่อรู้สึกว่าผมบางลง คุณหญิงพยายามดูแลตัวเองด้วยวิธีต่างๆ ทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง หลีกเลี่ยงการมัดผมในวันที่ไม่ทำงาน หรือใช้ Hair Shadow เพื่อช่วยปกปิด แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่เป็นอย่างที่หวัง “ก่อนที่จะปลูกผม วิธีการแรกนอกจากการใช้ Hair Shadow แล้ว เราจะไปดูตาม internet ว่าสระแชมพูอันนี้นะ หรือเซรั่มบางตัวที่เราได้ยินกันมาว่า หยอดแล้วจะทำให้ดีขึ้น หรือว่าทำให้ผมแข็งแรงขึ้น อะไรประมาณนี้ค่ะ ก็ใช้เยอะเหมือนกันนะคะ แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเห็นผลกับพี่หญิง” และยังมีบางชุดความคิดที่ติดอยู่ในใจเกี่ยวกับการปลูกผม “คนรอบตัวพี่หญิงก็มีการปลูกผม พี่หญิงมองว่า มันน่ากลัวนะการปลูกผม คือเราได้รับรู้ข้อมูลมาทำให้เรารู้สึกกลัว เลยทำให้เรายังไม่อยากปลูก อย่างน้องที่รู้จักกันก็หน้าบวมไปเป็นเดือน ๆ เลย และก็ต้องรัดผ้าอย่างนั้น ซึ่งด้วยการทำงานของเรามันไม่สามารถรัดผ้าแบบนั้นได้ 1 อาทิตย์ หรือ 2 อาทิตย์”
แต่มีจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้คุณหญิงเริ่มสนใจการปลูกผม เป็นเพราะได้ไปร่วมงานแต่งงานของคุณลูลู่ พี่สาวคนสนิทในวงการบันเทิง ในวันนั้นนอกจากจะมีความสุขที่ได้เห็นคุณลูลู่เข้าพิธีมงคลสมรสอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ยังประทับใจในความสวย สดใส เปล่งประกายเป็นพิเศษของคุณลูลู่ และเป็นวันที่ได้พบกับคุณหมอนินเป็นครั้งแรก หลังจากวันนั้น ทำให้เริ่มเปิดใจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผมอย่างละเอียด ก่อนจะตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง “รีวิวก่อน ไม่ว่าจะเป็นพี่ลาล่า ลูลู่ ซึ่งได้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ก่อนทำและหลังทำ มีความรู้สึกว่า ถ้าเราปลูกล่ะ....มันก็คงจะดีเนอะ” และเสริมว่า “กว่าที่พี่หญิงจะตัดสินใจที่จะปลูกผม ก็ต้องพิจารณาเป็นอย่างดี รวมถึงได้เห็นกับพี่ ๆ น้อง ๆ ในการที่ได้มาปลูกผมด้วย ก็รู้สึกว่าเขา happy มีความเชื่อถือได้ว่าพี่ทั้งสองท่านเป็นคนที่เรารัก เคารพนับถือและไว้ใจได้ ให้คำปรึกษาได้ ก็เลยคิดว่า วันนี้แหละ มาปลูกผมกับคุณหมอ แล้วมันก็เป็นไปอย่างที่ใจคิดจริง ๆ”
ในการปลูกผมเทคนิค NEAT ขั้นตอนที่สำคัญมากคือ การออกแบบกรอบหน้า สำหรับคุณหญิง คุณหมอออกแบบให้อิงตามสัดส่วนเดิมของใบหน้า เพราะคุณหญิงมีกรอบหน้าที่สวยอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาหน้าผากกว้าง เพียงแต่บริเวณด้านข้างเส้นผมจะเว้าลึกและบางลงจากการดึงรั้งมานาน เพียงเติมเต็มเส้นผมตามกรอบเดิมก็เพียงพอ จากปกติที่เคยใช้การแต่งหน้าเพื่อปกปิดก็เปลี่ยนเป็นเติมเต็มด้วยเส้นผมจริง ก็ทำให้ใช้ชีวิตได้ง่าย สบายขึ้นมาก “พี่หญิงไม่ได้มีทรงในใจ ต้องบอกตามตรงเลย เพราะว่าพี่หญิงเชื่อมั่น ด้วยประสบการณ์ของการปลูกผมของคุณหมออยู่แล้ว และก็รู้ว่าคุณหมอน่าจะออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละใบหน้า ก็เลยบอกว่า แล้วแต่คุณหมอ คุณหมอก็เลยออกแบบให้”
เมื่อย้อนกลับไปถึงวันที่เข้ารับการปลูกผมจริง ๆ เมื่อ 2 ปีก่อน คุณหญิงยังจำความรู้สึกในวันนั้นได้ดีว่า มันแตกต่างจากที่เคยคิดไว้มาก เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ “พี่หญิงไม่ได้รู้สึกว่าเจ็บอะไรเลยนะคะวันนั้นน่ะ รู้สึกว่านอนสบายๆ ชิลล์ ๆ มากเลย ในระหว่างที่ทำ หญิงเล่นโทรศัพท์ได้ด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่านอนรอการทำอย่างตึงเครียด...ไม่ใช่เลย รู้สึกตัวดีตลอด คือถ้าอีก 2-3 วันมีงานนี่คือไปได้เลย ไม่ได้รู้สึกว่าการทำตรงนี้มันมีปัญหากับเราเลย”
“อาจจะใช้เวลาทำค่อนข้างนาน แต่พี่หญิงมองว่ามันคุ้มค่า เพราะว่ามันไม่รู้สึกเจ็บ และคุณหมอก็จะให้เราได้รู้ทุกขั้นตอนว่าตอนนี้กำลังทำอะไร เดี๋ยวเพิ่มตรงนั้นเพิ่มตรงนี้ เพื่อให้เรามีความรู้สึกว่าเจ็บน้อยที่สุด”
ในการปลูกผมของคุณหญิง ใช้ผมประมาณ 1,800 กราฟต์ และใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อถามว่า รู้สึกยังไงบ้างกับการใช้เวลานานขนาดนั้นกับการปลูกผม “ความเมื่อยมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ว่าเรามองข้ามจุดนี้ไป ไปมองถึงว่า วันที่ผมเราแน่น ผมเราเต็ม กรอบหน้าเราสวย ไม่ต้องใช้ Hair Shadow ช่วงไหนเหงื่อออกแล้วไหลดำลงมาให้มันเสียบุคลิกภาพเรา พี่หญิงมองข้ามจุดที่เมื่อยไปเลย มองข้ามไปถึงวันที่ฉันสวย มองสวยไปแล้วค่ะ”
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดหลังปลูกทันทีคือ ลดการใช้เมคอัพไปได้เยอะมาก ตรงบริเวณที่เคยต้องใช้ Hair Shadow ปกปิด ก็มีเส้นผมใหม่ขึ้นมาเติมเต็มแทน “คุณหมอบอกว่า พอปลูกผมแล้วมันจะมีระยะของการร่วง พี่หญิงว่าถ้าร่วงนี่อาจจะนับเส้นได้นะคะ ไม่ได้พูดเว่อร์ไปด้วย แต้มีความรู้สึกว่ามันน้อยมากๆ ที่จะร่วง เพราะเราส่องกระจกดูทุกวันมันก็เหมือนเดิมค่ะ และมันก็ขึ้นเต็มตามที่ปลูกเลย”
ผ่านการปลูกผมมาแล้ว 2 ปี ตอนนี้นอกจากเส้นผมที่ขึ้นหนาแน่น เต็มกรอบหน้าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากสำหรับคุณหญิงคือ ทิศทางของเส้นผมใหม่ เพราะการเป็นศิลปิน นักร้อง นักแสดง ต้องจัดแต่งทรงผมและเปลี่ยนทรงผมที่หลากหลาย จึงต้องไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน “ที่ประทับใจในวิธีการปลูกของหมอ นอกจากที่หมอจะบอกเราว่าตอนนี้หมอกำลังทำอะไรอยู่นั้น ผมที่มันขึ้นมาเป็นสิ่งที่บ่งบอกเลยว่าการปลูกของหมอเป็นอย่างไร นั่นก็คือแนวของผมที่ขึ้น มันขึ้นมาในแนวเดิม นี่คือสิ่งที่หญิงประทับใจ” ซึ่งในเรื่องนี้ คุณหมอนินได้พูดเสริมถึงแนวคิดในการทำงานของตัวเองว่า “ปลูกผมไม่ได้ต้องการแค่ให้ขึ้น ปลูกให้ขึ้นนั่นเป็นหนึ่งส่วนที่เราก็อยากทำให้สำเร็จให้ได้ อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องที่สอง ความสวยงามหลังปลูก ในเรื่องของทิศทาง องศา และวิถีที่ควรจะทำให้ใกล้เคียงผมธรรมชาติเดิมของคนไข้ ให้กลับไปใช้ชีวิตแล้วรู้สึกกลืนกันไป โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่า อุ๊ย...ปลูกผมมาหรือเปล่า” และคุณหมอนินก็ยึดมั่นแนวทางนี้ในการปลูกผมให้กับทุกคนตลอดมา

และเมื่อถามถึงความรู้สึกของคุณหญิงที่ตัดสินใจปลูกผมกับคุณหมอนิน “ก็ตัดสินใจถูก ถ้าเรามัวแต่ลังเล ผมของเรามันก็คงจะร่นไปเรื่อยและก็บางไปเรื่อย จำนวนในการปลูกก็มากขึ้น เวลาในการปลูกก็จะมากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ดีแล้วที่เรามีปัญหาที่พอจะจัดการกับมันได้ ในระยะเวลาการแก้ไขที่มันสมเหตุสมผล ดีใจที่ได้มาแก้ไขทัน” และนอกจากจะแก้ปัญหาให้ตัวเองได้แล้ว คุณหญิงยังบอกต่อความประทับใจให้กับเพื่อนๆ และพี่น้องในวงการด้วย เช่น คุณต้อม เรนโบว์ ที่มีปัญหาผมบางบริเวณกลางศีรษะมานาน คุณหญิงจึงแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอนิน และได้เข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT เช่นเดียวกัน และยังคงดูแลต่อเนื่องกับทางคุณหมอนินตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

ด้วยการทำงานในวงการบันเทิง เส้นผมจึงต้องโดนการยืด ดัด ย้อม จัดแต่งทรงด้วยเคมีเกือบทุกวัน และประกอบกับสุขภาพส่วนตัวที่ป่วยบ่อย พักผ่อนน้อย และอาจจะรับประทานโปรตีนไม่เพียงพอ ในตอนนี้ คุณหญิงจึงเริ่มมีผมร่วงเกิดขึ้นบ้างโดยเป็นผมร่วงทั่วศีรษะ “ตอนที่เริ่มป่วย แล้วป่วยเรื้อรังด้วย คือพี่หญิงจะเป็นคนที่โดนฝนนิดหน่อยก็ป่วยแล้ว กว่าจะหายคือนานมาก น่าจะเกิน 3 เดือน และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา และก็พักผ่อนน้อย กินอาหาร(โปรตีน)ไม่เพียงพอเพราะว่าพี่หญิงทานมังสวิรัติ ซึ่งอาจจะไม่ได้ทานตลอดทั้งปี แต่ว่ามันจะเป็นช่วงใหญ่ๆ ซึ่งกินแต่ไข่ มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งหรือเปล่าที่ทำให้เราเกิดปัญหาตรงนี้ขึ้นมา รวมถึงในเรื่องของการทำงานด้วย เพราะที่ผ่านมาก็ละครเรื่องนี้จบก็มีไปร้องเพลง แล้วก็มีละครเรื่องใหม่ คือมันต่อกันแบบนี้ค่ะ”
จากการประเมินสาเหตุและปัญหาผมบางในช่วงนี้ของคุณหญิง คุณหมอนินแนะนำให้เข้ารับบริการ Hair Revive Program ที่เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ การแพ้สารเคมี อาการข้างเคียงจากโรคหรือการผ่าตัด ความเครียด หรือการขาดสารอาหาร รวมถึงเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยสามารถช่วยฟื้นฟูรากผมที่เคยอ่อนแอ ลดการอักเสบของหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม เพิ่มความหนาของเส้นผม และเสริมสุขภาพผมให้แข็งแรงจากภายใน
Hair Revive Program ใช้เวลาในการเข้ารับบริการประมาณ 45–60 นาทีต่อครั้ง หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สะดวก เห็นผลได้ชัดเจน โดดเด่นด้วยการใช้สารสกัดธรรมชาติจากพืชแท้ ๆ โดยการใช้ Microneedle สะกิดที่ชั้นหนังศีรษะระดับตื้น และทาสารสกัดไคโตซานจากเห็ดเพื่อบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นลึก โดยคุณหมอเป็นผู้ดูแลการทำหัตถการในทุกขั้นตอน

สารไคโตซานจากเห็ด เป็นสารสกัดที่เป็นผลลัพธ์จากงานวิจัยระดับนานาชาติ ที่คุณหมอนินร่วมมือกับทีมแพทย์ชั้นนำจากเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย เพื่อค้นหาสารสกัดธรรมชาติจากพืช ที่สามารถรักษาอาการผมร่วง ผมบาง โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง โดยงานวิจัยในหัวข้อ Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study with Microneedling ได้รับการตีพิมพ์ใน The Journal of Craniofacial Surgery วารสารชั้นนำด้านศัลยกรรมกะโหลกศีรษะและใบหน้า ที่ช่วยพัฒนาการรักษาและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อผู้ป่วยทั่วโลก ซึ่งสารไคโตซานมีคุณสมบัติเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม สามารถพัฒนาไปเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป และคุณหมอนินได้นำมาต่อยอดเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ใช้ใน Hair Revive Program นั่นเอง
ในวันนี้เส้นผมของคุณหญิงที่กลับมาหนา เต็ม แน่นขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในตัวเองของคุณหญิงในอีกมุมหนึ่ง เพราะสำหรับผู้หญิงแล้ว “การดูแลตัวเอง” ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการให้คุณค่ากับตัวเองในแบบที่เราคู่ควร